KKP PINFRA-USD-UI กองทุนเปิดเคเคพี ไพรเวท อินฟราสตรัคเจอร์ - USD ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย
KKP PRIVATE INFRASTRUCTURE FUND - USD NOT FOR RETAIL INVESTORS · บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด
กำลังเติมประวัติ NAV บางช่วงอาจยังมีข้อมูลไม่ครบ
NAV ย้อนหลัง
บาทต่อหน่วยประวัติไม่พอสำหรับช่วงที่เลือก
กราฟนี้แสดง NAV ไม่ใช่ Total return ที่นำปันผลลงทุนต่อ
แหล่งข้อมูล: SEC Open Data · วันที่ NAV: ไม่มีข้อมูล · ดึงข้อมูล: ไม่มีข้อมูล UTC
ภาพรวมกองทุน
- ประเภทสินทรัพย์
- ทรัพย์สินทางเลือก
- ความเสี่ยง
- สูงมากอย่างมีนัยสำคัญ · ระดับ 8+
- นโยบายปันผล
- ไม่มีนโยบายปันผล
- สิทธิภาษี
- ไม่มีข้อมูล
ดัชนีชี้วัด (Benchmark)
ไม่มีข้อมูล
นโยบายการลงทุน
1. กองทุนเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุนประเภท Feeder Fund ที่เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมหลักในต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว คือ KKR Infrastructure Fund SICAV SA – I (“กองทุนหลัก”) โดยการลงทุนในรูปแบบ Feeder Fund โดยลงทุนทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมดในกองทุน KKR Infrastructure Fund (Master) FCP ซึ่งจัดตั้งเป็นกองทุนรวมในประเทศลักเซมเบิร์ก โดยกองทุน KKR Infrastructure Fund (Master) FCP จะลงทุนผ่านบริษัทย่อย (subsidiary) คือ KIF Aggregator L.P. ซึ่งจัดตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดที่ Ontario (Ontario limited partnership) เพื่อถือครองการลงทุนทางอ้อมสำหรับกองทุนหลัก โดยเน้นลงทุนในธุรกิจและสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในกองทุนหลักโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม โดยกองทุนมีนโยบายการลงทุนซึ่งส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
2. สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน หน่วยลงทุนของกองทุนรวมและ/หรือกองทุน ETF และ/หรือกองทุน CIS และ/หรือกองทุน Property และ/หรือ กองทุน Infra และ/หรือกองทุน Private equity และ/หรือเงินฝาก ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือให้ความเห็นชอบทั้งในและ/หรือต่างประเทศ
3. กองทุนจะไม่ลงทุนตรงในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) หรือที่ไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Bond) และตราสารทุนที่ไม่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) ยกเว้นในกรณี ดังต่อไปนี้
อ่านนโยบายส่วนที่เหลือจากต้นทาง
1) ในวันที่ลงทุนหรือได้มา ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) แต่ต่อมาตราสารหนี้ดังกล่าวถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade)
2) ในวันที่กองทุนลงทุนหรือได้มา ตราสารทุนนั้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Listed Securities) แต่ต่อมาตราสารทุนดังกล่าวไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities)
ทั้งนี้ หากเกิดเหตุตามข้อ 1) และ 2) กองทุนอาจจะยังคงมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ และตราสารทุนดังกล่าวอยู่ โดยจะดำรงสัดส่วนให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด (ถ้ามี)
อย่างไรก็ตาม กองทุนหลักไม่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับคุณภาพเครดิตของเงินลงทุน โดยหลักทรัพย์ที่กองทุนหลักลงทุนอาจได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือว่ามีความเสี่ยงสูงต่อการผิดนัดชำระดอกเบี้ยและ/หรือเงินต้น หรืออาจเป็นหลักทรัพย์ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ
4. กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่น หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ในสัดส่วนโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนรวมอื่นนั้นมีการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใด ๆ ที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด โดยกองทุนรวมที่มีผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นกองทุนรวมอื่นที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ต้องไม่ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมดังต่อไปนี้
(1) กองทุนรวมอื่นที่เป็นผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมดังกล่าว
(2) กองทุนรวมที่เป็นผู้ถือหน่วยของกองทุนรวมอื่นตาม (1)
ในกรณีที่มีการลงทุนในกองทุนรวมอื่นภายใต้ บลจ. เดียวกัน (Cross Investing Fund) มิให้กองทุนรวมต้นทางลงมติให้กองทุนรวมปลายทาง
ทั้งนี้ การลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด หรือกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง หรือประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้อง และ/หรือที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต
5. กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) ได้ไม่เกินมูลค่าความเสี่ยงที่มีอยู่ โดยอาจมีสินค้า ตัวแปร หรือหลักทรัพย์อ้างอิง (Underlying) ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ตราสารทุน ตราสารภาครัฐ ตราสารหนี้ เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก ตั๋วสัญญาใช้เงิน บัตรเงินฝาก หน่วยลงทุนของกองทุน ดัชนีที่มีองค์ประกอบเป็นตราสารทุนหรือตราสารหนี้ อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน เครดิต ดัชนีเงินเฟ้อ ทองคำ น้ำมันดิบ ดัชนีกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ และ/หรือดัชนีที่มีองค์ประกอบเป็นสินค้าหรือตัวแปรตามที่ระบุข้างต้นหรือมีองค์ประกอบเป็นดัชนีตามที่ระบุข้างต้น
ทั้งนี้ การทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอาจมีต้นทุนและมีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ เช่น ความเสี่ยงจากการที่คู่สัญญาผิดนัดชำระหนี้ หรือไม่สามารถส่งมอบ (delivery failure) หรือไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงได้ ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องในการซื้อขายหรือไม่สามารถปิดสถานะได้ (close out position) เป็นต้น โดยบริษัทจัดการจะกำหนดกลยุทธ์ในการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ตลอดจนจัดให้มีระบบที่เหมาะสมในการบริหารความเสี่ยงของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เช่น บริษัทจัดการจะวิเคราะห์และติดตามสถานะหรืออันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทที่เป็นคู่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอย่างระมัดระวังและสม่ำเสมอ และหากมีการปรับตัวในทางลบอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจัดการจะพิจารณาปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ เพื่อลดความเสี่ยงจากการที่คู่สัญญาไม่สามารถทำตามข้อสัญญาตามที่ตกลงกันไว้
ทั้งนี้ ในกรณีที่กองทุนจะมีการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่อาจมีสินค้า ตัวแปร หรือหลักทรัพย์อ้างอิงกับดัชนี บริษัทจัดการจะเปิดเผยเหตุในการเปลี่ยนแปลงการคำนวณดัชนี การยกเลิกการคำนวณดัชนี ตลอดจนแนวทางการดำเนินการของกองทุนรวมในกรณีปรากฏเหตุดังกล่าว ก่อนการทำธุรกรรม
6. กรณีที่มีการลงทุนในสกุลเงินอื่นที่ไม่ใช่สกุลเงินฐาน (base currency) ของกองทุน กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) ด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศโดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ (ไม่เกินร้อยละ 105 ของมูลค่าความเสี่ยงที่มีอยู่/ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ/ของมูลค่าเงินลงทุนในสกุลเงินอื่นที่ไม่ใช่สกุลเงินฐาน (base currency) ของกองทุน) ดังนั้น กองทุนจึงยังอาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนในส่วนที่ไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงไว้จากการลงทุนดังกล่าว ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ นอกจากนี้ การทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าวอาจมีต้นทุน ซึ่งทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
7. กองทุนนี้จะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note)
ณ ขณะจัดตั้งกองทุนนี้ กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยงหรือเพื่อการลงทุน และกองทุนหลักอาจลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง โดยอาจลงทุนในตราสารที่มีหนี้เป็นหลักประกัน (collateralized debt obligations) ตราสารที่มีเงินกู้เป็นหลักประกัน (collateralized loan obligations) ตราสารที่มีสินทรัพย์เป็นหลักประกัน (asset-backed securities) ตราสารที่มีสินเชื่อภาคอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกัน (mortgage-backed securities) และตราสาร securitized products อื่น ๆ ซึ่งกองทุนหลักคาดว่าการลงทุนดังกล่าวจะไม่เกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก อย่างไรก็ตาม กองทุนหลักอาจมีการลงทุนเกินอัตราส่วนดังกล่าวได้เป็นการชั่วคราว ทั้งนี้ กองทุนหลักกำหนดอัตราส่วนในการขยายฐานเงินลงทุน (leverage) ไว้ไม่เกินร้อยละ 500 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักโดยใช้วิธีการคำนวณแบบ gross method และไม่เกินร้อยละ 400 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักโดยใช้วิธีการคำนวณแบบ commitment method โดยกองทุนหลักอาจขยายเพิ่มอัตราส่วนดังกล่าวได้
8. กองทุนอาจทำธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) หรือธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ หรือตามที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
9.กองทุนอาจทำธุรกรรมการกู้ยืมเงินหรือการขายหลักทรัพย์หรือตราสารหนี้โดยมีสัญญาซื้อคืน (Repo) เพื่อการจัดการลงทุนของกองทุนรวมไม่เกินร้อยละ 50 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม โดยเป็นไปตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือประกาศที่เกี่ยวข้องประกาศกำหนด และ/หรือที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม ทั้งนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนในหน่วยของกิจการเงินร่วมลงทุน (หน่วย private equity) และจะไม่ทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมหลักทรัพย์มาเพื่อการส่งมอบ (Short Selling)
ณ ขณะจัดตั้งกองทุนนี้กองทุนหลักอาจทำธุรกรรมการกู้ยืมเงิน โดยกองทุนหลักจะไม่กู้ยืม ทั้งทางตรงและทางอ้อม ที่จะส่งผลให้อัตราการขยายฐานเงินลงทุน (Leverage Ratio) มากกว่าร้อยละ 30 และกองทุนหลักไม่มีการจำกัดอัตราส่วนการทำธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (Repo) อย่างไรก็ตาม กองทุนหลักไม่ได้มุ่งหมายที่จะทำธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (Repo) ดังกล่าว นอกจากนี้ กองทุนหลักไม่มีการจํากัดอัตราส่วนการลงทุนในหน่วย private equity และกองทุนหลักจะไม่ทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมหลักทรัพย์มาเพื่อการส่งมอบ (Short Selling)
10. สรุปข้อมูลกองทุน KKR Infrastructure Fund SICAV SA – I
(แหล่งที่มาของข้อมูล: Prospectus ณ เดือนกรกฎาคม 2569 และ Key Information Document ณ วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 และ Monthly Report ณ วันที่ 30 เมษายน 2569 ของ KKR Infrastructure Fund SICAV SA – I)
กองทุนหลัก
KKR Infrastructure Fund SICAV SA – I
ชนิดหน่วยลงทุนที่กองทุนลงทุน
R1D USD
สกุลเงิน
ดอลลาร์สหรัฐ (USD)
สกุลเงินฐาน (Base Currency):
ดอลลาร์สหรัฐ (USD)
บริษัทจัดการกองทุน (AIFM)
KKR Alternative Investment Management Unlimited Company
ผู้จัดการกองทุน (Investment Manager)
Kohlberg Kravis Roberts & Co. L.P.
ผู้จัดการกองทุนย่อย (Sub-Investment Manager)
KKR Credit Advisors (US) LLC และ KKR Credit Advisors (Ireland) Unlimited Company
วันเริ่มต้นกองทุน (Initial Subscription Date)1 มิถุนายน 2566 (June 1, 2023))
วันที่เริ่มต้น share class
1 ธันวาคม 2567 (December 1, 2024)
ประเทศที่จดทะเบียนจัดตั้ง
ลักเซมเบิร์ก (Luxembourg)
หน่วยงานกํากับดูแล
The Commission de Surveillance du Secteur Financier
นายทะเบียนและผู้รับ
ฝากทรัพย์สิน
(Administrator and
Depositary)
The Bank of New York Mellon SA/NV
ผู้สอบบัญชี (External Auditors)
Deloitte Audit, S.à r.l.
อายุโครงการ
ไม่กำหนด
การจ่ายเงินส่วนแบ่งกำไรหรือเงินปันผล (Distribution)
คาดว่าเป็นรายไตรมาส
กองทุนหลักไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะมีการจ่าย Distribution ทั้งนี้ การจ่ายDistribution ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการของกองทุนหลักหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการของกองทุนหลัก
ดัชนีชี้วัด (Benchmark)
ไม่มีดัชนีชี้วัด
ตลาดหลักทรัพย์ที่กองทุนหลักจดทะเบียนซื้อขาย
ไม่มี
วัตถุประสงค์การลงทุน (Investment Objectives and Policies)
วัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุนหลักคือการลงทุนในรูปแบบ Feeder Fund โดยลงทุนทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมดในกองทุน KKR Infrastructure Fund (Master) FCP ซึ่งจัดตั้งเป็นกองทุนรวมในประเทศลักเซมเบิร์กภายใต้กฎหมาย Part II ปี 2010 โดยกองทุน KKR Infrastructure Fund (Master) FCP จะลงทุนผ่านบริษัทย่อย (subsidiary) คือ KIF Aggregator L.P. ซึ่งจัดตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดที่ Ontario (Ontario limited partnership) เพื่อถือครองการลงทุนทางอ้อมสำหรับกองทุนหลัก ในธุรกิจและสินทรัพย์ภายใต้กลยุทธ์การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่กลุ่ม KKR บริหารจัดการอยู่ในปัจจุบัน ตลอดจนกลยุทธ์ใหม่ที่อาจพัฒนาขึ้นในอนาคต ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง (ก) กลยุทธ์ Global Infrastructure ที่มุ่งแสวงหาโอกาสการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยเน้นการลงทุนในสินทรัพย์และธุรกิจที่ดำเนินงานอยู่แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศสมาชิก OECD ในภูมิภาคอเมริกาเหนือและยุโรปตะวันตก (ข) กลยุทธ์ Asia Pacific Infrastructure ที่มุ่งลงทุนในสินทรัพย์และธุรกิจด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ดำเนินงานอยู่แล้วในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ค) กลยุทธ์ Core Infrastructure ที่มุ่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานหลัก (critical core infrastructure) ในประเทศสมาชิก OECD ที่พัฒนาแล้ว
นอกเหนือจากกลยุทธ์การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของ KKR แล้ว กองทุนหลักอาจร่วมลงทุนในกลยุทธ์อื่นภายใต้การบริหารจัดการของ KKR เช่น (ก) การเข้าซื้อเงินลงทุนเดิมในกองทุนที่บริหารจัดการโดย KKR ผ่านตลาดรอง (secondary market) (ข) การเข้าซื้อเงินลงทุนเดิมในกองทุนที่บริหารจัดการโดยผู้จัดการกองทุนอื่น ผ่านตลาดรอง (secondary market) (ค) การลงทุนในลักษณะที่มีการกำหนดจำนวนเงินที่จะถูกเรียกเก็บเพื่อการลงทุน (capital commitments) ของกองทุน (commingled, blind pool funds) ที่บริหารจัดการโดย KKR หรือผู้จัดการกองทุนอื่น (ง) การลงทุนโดยตรงที่ลงทุนพร้อมกับกองทุนที่บริหารจัดการโดยผู้จัดการกองทุนอื่น และการลงทุนในหุ้นบุริมสิทธิ (preferred equity) และ/หรือ structured equity, opportunistic credit, ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน (mezzanine debt) และตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนสูง (high performing debt strategies)
กองทุนหลักอาจมีสัดส่วนการลงทุนไม่เกินร้อยละ 15 ในตราสารหนี้และตราสารหนี้นอกตลาด (public and private debt) เงินสด และตราสารใกล้เคียงเงินสด ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง เงินกู้ร่วม(syndicated loans) และตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงสูง (high-yield debt) ในสหรัฐฯ และยุโรปเพื่อสร้างกระแสเงินสดให้แก่กองทุนหลัก สนับสนุนการนำเงินไปลงทุน และเป็นแหล่งที่มาของสภาพคล่องของกองทุนหลัก อย่างไรก็ตาม การลงทุนของกองทุนหลัก ณ ช่วงเวลาใด ๆ อาจสูงกว่าและ/หรือแตกต่างจากสัดส่วนการลงทุนที่ระบุในหนังสือชี้ชวนของกองทุนหลักอย่างมีนัยสำคัญ (ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงช่วงเริ่มทยอยลงทุน (ramp-up period)) ทั้งนี้ กองทุนหลักจะมีส่วนสัดการลงทุนในตราสารที่มีหนี้เป็นหลักประกัน (collateralized debt obligations) ตราสารที่มีเงินกู้เป็นหลักประกัน (collateralized loan obligations) ตราสารที่มีสินทรัพย์เป็นหลักประกัน (asset-backed securities) ตราสารที่มีสินเชื่อภาคอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกัน (mortgage-backed securities) และตราสาร securitized products อื่น ๆ ไม่เกินร้อยละ 15 ของมูลทรัพย์สินสุทธิ อย่างไรก็ตาม กองทุนหลักอาจมีสัดส่วนการลงทุนดังกล่าวเกินร้อยละ 15 เป็นการชั่วคราว
กองทุนหลักมีการบริหารจัดการเชิงรุกและไม่ได้ลงทุนโดยอ้างอิงกับดัชนีชี้วัด
การจัดประเภท SFDR: กองทุนหลักได้รับการจัดประเภทเป็นกองทุน Article 6 ตามหลักเกณฑ์ (EU) 2019/2088 เรื่องการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนสำหรับกลุ่มธุรกิจการเงิน (Sustainable Finance Disclosure Regulation: SFDR)
การขยายฐานเงินลงทุน (Leverage)
กองทุนหลักอาจขยายฐานเงินลงทุน เป็นหนี้สิน และให้เครดิตสนับสนุนเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใด รวมถึงเพื่อระดมทุนทั้งหมดหรือบางส่วนสำหรับเงินลงทุนที่จำเป็นสำหรับการลงทุน สนับสนุนการรับซื้อคืน เพื่อชำระค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายบางส่วนหรือทั้งหมดของกองทุนหลัก หรือเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของกองทุนหลัก ทั้งนี้ กองทุนหลักจะไม่เป็นหนี้สินทั้งทางตรงและทางอ้อมที่จะส่งผลให้อัตราการขยายฐานเงินลงทุน (Leverage Ratio) มากกว่าร้อยละ 30 (Leverage Limit) ทั้งนี้ ในกรณีที่การขยายฐานเงินลงทุนเกิน Leverage Limit ซึ่งเกิดจากสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่การก่อหนี้เพิ่มเติม (รวมถึงการใช้สิทธิที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน) ไม่จำเป็นต้องดำเนินการแก้ไขใด ๆ
กองทุนหลักกำหนดอัตราส่วนในการขยายฐานเงินลงทุน (leverage) ไว้ไม่เกินร้อยละ 500 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักโดยใช้วิธีการคำนวณแบบ gross method และไม่เกินร้อยละ 400 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักโดยใช้วิธีการคำนวณแบบ commitment method โดยกองทุนหลักอาจขยายเพิ่มอัตราส่วนดังกล่าวได้
การบริหารสภาพคล่องของกองทุน (Liquidity Sleeve)
ผู้จัดการกองทุนของกองทุนหลัก (Investment Manager) มอบหมายหน้าที่การบริหารจัดการสภาพคล่องของกองทุนหลัก รวมถึงการลงทุนในตราสารหนี้ของกองทุนหลักให้แก่ KKR Credit Advisors (US) LLC และ KKR Credit Advisors (Ireland) Unlimited Company (ซึ่งเป็น Sub-Investment Manager ของกองทุนหลัก) ทั้งนี้ วัตถุประสงค์หลักของการบริหารสภาพคล่องของกองทุนหลักคือการลงทุนในตราสารหนี้ เงินสด ตราสารใกล้เคียงเงินสดที่คาดการณ์ว่าจะมีสภาพคล่อง และอาจสร้างกระแสเงินสด สนับสนุนการนำเงินไปลงทุน และเป็นแหล่งที่มาของสภาพคล่อง
รายละเอียดการเสนอขายและการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก
การซื้อหน่วยลงทุน (Subscription)
การซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนหลักจะเปิดรับ ณ วันแรกของแต่ละเดือน และหน่วยลงทุนจะมีมูลค่าเท่ากับมูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหน่วยของแต่ละชนิดหน่วยลงทุน ณ วันสุดท้ายของเดือนก่อนหน้า โดยกองทุนหลักต้องได้รับคำสั่งซื้อหน่วยลงทุนก่อนเวลา 17.00 น. ตามเวลา Central European Time อย่างน้อย 4 วันทำการก่อนวันแรกของเดือน (ยกเว้นได้รับการผ่อนผันจากกองทุนหลัก) โดยปกติแล้วหน่วยลงทุนจะได้รับการจัดสรร (issued) ณ วันที่มีการซื้อหน่วยลงทุนของแต่ละชนิดหน่วยลงทุน
ราคาซื้อหน่วยลงทุนของแต่ละชนิดหน่วยลงทุนที่เกี่ยวข้องกับวันเปิดซื้อหน่วยลงทุน (“Subscription Day”) เท่ากับมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของชนิดหน่วยลงทุนดังกล่าว ณ วันสุดท้ายของเดือนก่อนหน้า (“Valuation Day”)
การขายคืนหน่วยลงทุน (Redemptions)
การขายคืนหน่วยลงทุนคาดว่าจะเปิดให้ขายคืนหน่วยลงทุนเป็นรายไตรมาส ที่มูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหน่วยของแต่ละชนิดหน่วยลงทุน ณ วันสุดท้ายของไตรมาสดังกล่าว (“Redemption Day”)
โดยทั่วไปแล้วการขายคืนหน่วยลงทุนได้รับอนุญาตจะถูกจำกัดให้ไม่เกินร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวมของกองทุนหลักต่อไตรมาส (วัดจากค่าเฉลี่ยของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวมดังกล่าว ณ สิ้นเดือนของ 3 เดือนย้อนหลัง) (“Quarter Redemption Limit”) โดยพิจารณารวมถึงเครื่องมือการลงทุนอื่น (Parallel Entities) (ยกเว้นเครื่องมือการลงทุนอื่นบางประเภทตามที่กำหนดในหนังสือชี้ชวนของกองทุนหลัก (Selected Parallel Entities)) และ KIF Aggregator L.P., (ยกเว้นส่วนของ KIF Aggregator L.P ที่อยู่ใน Selected Parallel Entities) (โดยไม่นับซ้ำ)
ในกรณีที่หน่วยลงทุนที่จะขายคืน ณ Redemption Day ไม่ได้รับการยอมรับจากกองทุนหลักทั้งหมดเนื่องจากติด Quarter Redemption Limit คาดว่าผู้จัดการกองทุนของกองทุนหลัก (Investment Manager) จะจัดให้มี Exceptional Liquidity Program เพื่อให้สภาพคล่องเพิ่มเติมแก่ผู้ถือหน่วยที่ต้องการขายคืนหน่วยลงทุนในส่วนที่ไม่ได้รับการยอมรับจากกองทุนหลักทั้งหมดหรือบางส่วน โดยการจับคู่ระหว่างเงินที่ได้รับจากการซื้อหน่วยลงทุน ณ Subscription Day ดังกล่าวหลังจากวัน Redemption Day ที่มีการใช้ Quarter Redemption Limit อย่างไรก็ตาม หน่วยลงทุนดังกล่าวจะมีค่าธรรมเนียมร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิซึ่งคำนวณ ณ Exception Liquidity Program Redemption Day (“Liquidity Penalty”)
ผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนหลักอาจส่งคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนทั้งหมดหรือบางส่วนให้แก่กองทุนหลัก ณ วัน Redemption Day โดย Central Administration Agent ต้องได้รับคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนก่อนเวลา 17.00 น. ตามเวลา Central European Time อย่างน้อย 10 วันก่อน Redemption Day ทั้งนี้ การชำระค่าขายคืนหน่วยลงทุนโดยปกติคาดว่าจะอยู่ในช่วง 45 วันหลังจาก Redemption Day ดังกล่าว
คำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนจะถูกหักร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหน่วยที่ขายคืนในกรณีที่ Redemption Day อยู่ภายในระยะเวลา 2 ปีของวันที่ผู้ถือหน่วยซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก (“Early Redemption Reduction”)
ผู้จัดการกองทุนของกองทุนหลัก (Investment Manager) อาจปฏิเสธคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนทั้งหมดหรือบางส่วน
ในบางกรณี กองทุนหลักอาจยกเว้น เปลี่ยนแปลง (ซึ่งรวมถึงการขยายระยะเวลาแจ้งความประสงค์ในการขายคืนหน่วยลงทุน (Redemption Notice Period) (โดยการแก้ไขวันตัดรอบการรับคำสั่ง (Redemption Cut-Off Date))) หรือระงับการขายคืนหน่วยลงทุนทั้งหมดหรือบางส่วน หากผู้จัดการกองทุนของกองทุนหลัก (Investment Manager) พิจารณาอย่างสมเหตุสมผลแล้วว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของกองทุนหลักและผู้ลงทุนในกองทุนหลัก เช่น ในกรณีที่การขายคืนหน่วยลงทุนอาจทำให้กองทุนหลักมีภาระด้านสภาพคล่องที่ไม่จำเป็น และส่งผลกระทบเชิงลบต่อการดำเนินงานของกองทุนหลัก มีความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบเชิงลบมากกว่าเชิงบวกต่อกองทุนหลัก หรือเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมายหรือกฎเกณฑ์ โดยการขยายระยะเวลาแจ้งความประสงค์ในการขายคืนหน่วยลงทุนภายใต้เครื่องมือบริหาความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Management Tools: LMT) จะกำหนดโดย AIFM โดยหารือร่วมกับคณะกรรมการของกองทุนหลัก หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
ผู้จัดการกองทุนของกองทุนหลัก (Investment Manager) และ/หรือคณะกรรมการของกองทุนหลักอาจระงับการคำนวณมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ซึ่งส่งผลให้มีการระงับการซื้อ ขาย และการแปลงหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก ตามที่ระบุในหนังสือชี้ชวนของกองทุนหลัก เช่น ในกรณีที่ตลาดหลักทรัพย์ที่กองทุนหลักซื้อขายการลงทุนปิดทำการหรือไม่สามารถซื้อขายได้ (นอกเหนือจากการปิดทำการตามปกติ) หรือในช่วงเวลาที่มีเหตุการณ์ฉุกเฉินอันเนื่องมาจากการไม่สามารถจำหน่ายเงินลงทุนได้ หรือมีเหตุขัดข้องของเครื่องมือที่ใช้ในการสื่อสารในการพิจารณาราคาของเงินลงทุนของกองทุนหลักหรือราคาในตลาดหลักทรัพย์ หรือมีเหตุใด ๆ ที่ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบราคาของเงินลงทุนของกองทุนหลักได้อย่างถูกต้องเหมาะสมและทันเวลา หรือในช่วงเวลาที่คณะกรรมการของกองทุนหลักเห็นว่าการจ่ายเงินที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายการลงทุนของกองทุนหลักไม่สามารถทำได้ที่อัตราแลกเปลี่ยนตามปกติ หรือในภายหลังการพิจารณาเลิกกองทุนหลัก หรือในกรณีที่มีการจำกัดการเคลื่อนย้ายเงินที่ส่งผลให้กองทุนหลักไม่สามารถทำธุรกรรมได้ที่อัตราแลกเปลี่ยนตามปกติ หรือในช่วงเวลาที่มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนใด ๆ ที่กองทุนหลักลงทุนไม่สามารถคำนวณราคาที่สะท้อนมูลค่าตลาดที่เป็นธรรมได้ในวันที่คำนวณมูลค่า (Valuation Day)
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนหลัก
ค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการ (Management Fee): ไม่เกินร้อยละ 1.25 ต่อปีของ NAV (ทั้งนี้ กรณีที่กองทุนหลักลงทุนใน KKR Infrastructure Fund (Master) FCP, KIF Aggregator และ/หรือเครื่องมือการลงทุนอื่น (Parallel Entities) จะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน)
ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ (Other Fees): ตามที่จ่ายจริง
ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Ongoing costs) (ข้อมูล ณ วันที่ 19 พฤษภาคม 2569):
ค่าธรรมเนียมการจัดการ และค่าใช้จ่ายด้านการบริหารหรือค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่น ๆ: ร้อยละ 1.69 ต่อปีของมูลค่าเงินลงทุน โดยเป็นการประมาณการจากค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในปีที่ผ่านมา
ค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรม (Transaction costs): ร้อยละ 0.04 ต่อปีของมูลค่าเงินลงทุน โดยเป็นการประมาณการต้นทุนที่เกิดขึ้นเมื่อกองทุนหลักซื้อและขายทรัพย์สินของกองทุนหลัก ทั้งนี้ อัตราค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงดังกล่าวอาจแตกต่างไป โดยขึ้นอยู่กับปริมาณการซื้อขายทรัพย์สินของกองทุนหลัก
ค่าธรรมเนียมตามผลการดำเนินงาน (Performance Participation Allocation) : ร้อยละ 12.5 ของผลตอบแทนรวม (Total Return) คำนวณโดยพิจารณาผลตอบแทนขั้นต่ำที่กำหนดไว้ (Hurdle Amount) ที่ร้อยละ 5 ต่อปี และระดับ NAV สูงสุดที่ผ่านมา (High Water Mark) และมี Catch-Up ร้อยละ 100 ทั้งนี้ Performance Participation Allocation จะถูกคำนวณและจัดสรรหรือชำระเงินเป็นรายปีและตั้งเป็นรายการค้างจ่าย (accrue) เป็นรายเดือน (พิจารณา pro-rate สำหรับช่วงเวลาที่ไม่เต็มปี) โดย General Partner ของ KIF Aggregator จะได้รับการจัดสรร Performance Participation Allocation ในจำนวนเงิน ดังนี้ (1) ส่วนแรก: ในกรณีที่ผลตอบแทนรวมในช่วงเวลาที่คำนวณ มากกว่า ผลรวมของ Hurdle Amount สำหรับช่วงเวลานั้น และยอดผลขาดทุนสะสมยกมา (Loss Carry forward Amount) (ผลตอบแทนรวม ในส่วนที่มากกว่า Hurdle Amount และ Loss Carry forward Amount ดังกล่าวเรียกว่า “Excess Profits”): ร้อยละ 100 ของ Excess Profits จนกระทั่งจำนวนที่จัดสรรในส่วนนี้เท่ากับร้อยละ 12.5 ของผลรวมของ (1) Hurdle Amount สำหรับช่วงเลาดังกล่าว และ (2) จำนวนเงินใด ๆ ที่จัดสรรตามส่วนนี้ (Catch-Up) และ (2) ส่วนที่สอง: ในกรณีที่มี Excess Profit เหลืออยู่หลังจากการจัดสรรในส่วนแรก: ร้อยละ 12.5 ของ Excess Profits ที่เหลืออยู่
ทั้งนี้ รายละเอียดตามที่เปิดเผยในหนังสือชี้ชวนของกองทุนหลัก
หมายเหตุ:
ในกรณีที่บริษัทจัดการได้รับค่าตอบแทนจากกองทุนหลักและ/หรือบริษัทจัดการของกองทุนหลัก (rebate) บริษัทจัดการจะนําค่าตอบแทนดังกล่าวกลับเข้ากองทุนนี้หรือดำเนินการอื่นตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. และหรือหน่วยงานที่มีอำนาจอื่นกำหนดและหรืออนุญาต/เห็นชอบ/ผ่อนผัน และหรือที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้บริษัทจัดการดำเนินการได้ ทั้งนี้ ผู้ถือหน่วยลงทุนทั้งปวงได้เห็นชอบให้บริษัทจัดการดำเนินการที่เกี่ยวข้องตามดุลพินิจของบริษัทจัดการ
รายละเอียดของกองทุนหลัก แปลมาจากหนังสือชี้ชวน (Prospectus) ของกองทุนหลัก ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ท่านสามารถดูข้อมูลของกองทุนหลักเพิ่มเติมได้ที่ https://media.kkpfg.com/document/2026/Sep/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%20KKP%20PINFRA-USD-UI%20FUND.pdf
11. ในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการหรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้น ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะปรับปรุง/เปลี่ยนแปลงข้อมูลให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงกองทุนหลักโดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ทั้งนี้ บริษัทจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
12. ในกรณีที่ ชนิดของหน่วยลงทุน (Class) หรือกองทุนหลักที่กองทุนลงทุนนั้นไม่เหมาะสมอีกต่อไป โดยอาจสืบเนื่องจากการที่ชนิดของหน่วยลงทุน (Class) หรือกองทุนหลักที่กองทุนลงทุนมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดจนอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ เช่น เงื่อนไขการลงทุน นโยบายการลงทุน อัตราค่าธรรมเนียม เป็นต้น และ/หรือได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น ภาวะตลาดและเศรษฐกิจมีความผันผวน เกิดภัยพิบัติหรือเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติต่าง ๆ เป็นต้น และ/หรือในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ที่กระทบต่อการลงทุน เช่น การเปลี่ยนแปลงในเรื่องกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนต่างประเทศ หรือในกรณีที่กองทุนไม่สามารถเข้าลงทุนในกองทุนหลักได้ หรือในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่าการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนหลักไม่เหมาะสมอีกต่อไป เช่น กรณีที่ผลตอบแทนของกองทุนหลักต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนอื่น ๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกันอย่างมีนัยสำคัญหรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือผลตอบแทนของกองทุนหลักต่ำกว่าตัวชี้วัด (Benchmark) (ถ้ามี) อย่างมีนัยสำคัญ หรือการลงทุนของกองทุนหลัก ไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการ หรือทำให้กองทุนนี้ไม่สามารถปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.ได้ หรือเมื่อกองทุนหลักกระทำความผิดร้ายแรงตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนต่างประเทศหรือมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่อาจส่งผลต่อการดำเนินการของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารของกองทุนหลัก และ/หรือในกรณีที่กองทุนหลักได้เลิกโครงการ และ/หรือในกรณีอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถลงทุนในชนิดของหน่วยลงทุน (Class) หรือกองทุนหลักต่อไปได้ และ/หรือในกรณีที่บริษัทหรือกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนหรือผลการดำเนินงานของบริษัทหรือกองทุนหลัก และ/หรือมีปัจจัยอื่นที่ไม่สามารถควบคุมได้ จนทำให้กองทุนนี้ไม่สามารถบริหารจัดการกองทุนได้ตามวัตถุประสงค์ได้อย่างเหมาะสม หรือส่งผลกระทบต่อการลงทุนหรือผลการดำเนินงานของกองทุนนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิ โดยตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน (Class) และ/หรือกองทุนหลัก และ/หรือการเปลี่ยนแปลงสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใด และ/หรือดำเนินการเลิกกองทุน โดยถือว่าได้รับมติเห็นชอบจากจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะไม่ขัดกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน และคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ และในกรณีที่บริษัทจัดการอยู่ระหว่างการดำเนินการเปลี่ยนกองทุนหลักข้างต้น อาจส่งผลให้กองทุนมีการลงทุนหรือมีไว้ซึ่ง หน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศในขณะนั้นมากกว่า 1 กองทุน
13. กรณีที่กองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีการลงทุนในกองทุนปลายทางไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง และการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตาม ข้อ 13.1 และ ข้อ 13.2 บริษัทจัดการจะดำเนินการตาม ข้อ 13.3
13.1 ฐานะการลงทุนสุทธิของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์
(1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ
(2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF
13.2 NAV ของกองทุนปลายทาง มีการลดลงในลักษณะดังนี้
(1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ
(2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง
13.3 รายละเอียดการดำเนินการ
การดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินการ
13.3.1 แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของ บริษัทจัดการ ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วย (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม)
ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มี การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ
13.3.2 เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม 13.3.1 ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย)
พร้อม 13.3.1
13.3.3 ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม 13.3.1
ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มี การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ
13.3.4 รายงานผลการดำเนินการตาม 13.3.3 ให้สำนักงานทราบ
ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตาม 13.3.3 แล้วเสร็จ
14. ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนตามนโยบายการลงทุนตามข้อ 1. ข้างต้น และอัตราส่วนที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้
(1) ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม
(2) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม
(3) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
15. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตให้เป็น Fund of Funds หรือเป็นกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในหลักทรัพย์ และทรัพย์สินทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ หรือเป็น Feeder Fund ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยขึ้นกับสถานการณ์ตลาด และเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 30 วัน ผ่านเว็บไซต์ของบริษัทจัดการหรือช่องทางอื่นใดที่บริษัทจัดการกำหนดก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงการลงทุนดังกล่าว
16. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะนำเงินลงทุนบางส่วนหรือทั้งหมดลงทุนในประเทศไทย ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของกองทุนโดยรวม เช่น ในกรณีที่มีความผิดปกติของตลาด หรือในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงของภาวะตลาดหรือการคาดการณ์ภาวะตลาดทำให้การลงทุนในต่างประเทศขาดความเหมาะสมในทางปฏิบัติ หรือกรณีอื่นใดที่เกิดจากสาเหตุที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น การเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย หรือประกาศที่เกี่ยวข้อง หรือเกิดภาวะสงคราม เป็นต้น จึงอาจมีบางขณะที่กองทุนไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามอัตราส่วนการลงทุนที่กำหนดได้ และบริษัทจัดการจะรายงานการไม่สามารถลงทุนตามสัดส่วนการลงทุนต่อสำนักงาน ก.ล.ต.
17. กรณีเกิดสภาวการณ์ที่ไม่ปกติและ/หรือเกิดเหตุการณ์ที่เชื่อได้ว่าจะมีผลกระทบต่อกองทุนและ/หรือมูลค่าหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุน เช่น ตลาดมีความผิดปกติ มีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจหรือการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ มีการขายคืนหน่วยลงทุนจำนวนมาก เป็นต้น และ/หรือเกิดเหตุการณ์ที่บริษัทจัดการประเมินว่าปัจจัยต่าง ๆ มีโอกาสที่จะไม่เป็นไปตามที่บริษัทจัดการคาดการณ์ไว้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการปรับกลยุทธ์การลงทุนที่แตกต่างไปจากที่กำหนดไว้ เพื่อความเหมาะสมในทางปฏิบัติในภาวะนั้น ๆ ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนที่กำหนดไว้ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนโดยรวมและถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
18. ในกรณีที่สำนักงาน ก.ล.ต.ได้มีการประกาศ กำหนด เปลี่ยนแปลงและ/หรือแก้ไขหลักเกณฑ์ที่ส่งผลให้นโยบายการลงทุนของกองทุนนี้สามารถเสนอขายแก่ผู้ลงทุนทั่วไปและ/หรือผู้ลงทุนประเภทอื่น ๆ ได้ หรือในกรณีที่บริษัทจัดการพิจารณาแล้วเห็นว่ากองทุนนี้มีความเหมาะสมที่จะเสนอขายแก่ผู้ลงทุนทั่วไปและ/หรือผู้ลงทุนประเภทอื่น ๆ ได้ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ภายใต้หลักเกณฑ์และ/หรือเงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้องกำหนดหรืออนุญาต บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลง/แก้ไขลักษณะโครงการและรายละเอียดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นกองทุนรวมที่เสนอขายผู้ลงทุนดังกล่าวได้ในอนาคต โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
19. บริษัทจัดการกองทุนรวมอาจแก้ไขเพิ่มเติมโครงการได้ โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว หรือข้อกำหนดอื่นในทำนองเดียวกัน ในกรณีดังต่อไปนี้ และ/หรือตามกฎหมายหรือประกาศที่เกี่ยวข้องและ/หรือที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต
(1) การแก้ไขเพิ่มเติมซึ่งมีผลให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทั้งปวงได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้น
(2) การแก้ไขเพิ่มเติมที่ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตลอดจนประกาศ กฎ และคำสั่งที่ออกโดยอาศัยอำนาจแห่งกฎหมายดังกล่าว
(3) การแก้ไขเพิ่มเติมชื่อและรายละเอียดอื่นของบุคคลให้ถูกต้อง
(4) การแก้ไขเพิ่มเติมที่ไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผู้ถือหน่วยลงทุน รวมถึงไม่ทำให้ผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ
ความเสี่ยงจากสถิติย้อนหลัง
- ขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง
- ไม่มีข้อมูล
- ระยะเวลาฟื้นตัว
- ไม่มีข้อมูล
- สัดส่วนป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
- ไม่มีข้อมูล
ยังไม่มีข้อมูลจาก SEC สำหรับชนิดหน่วยนี้
ขาดทุนสูงสุดเป็นช่วง 5 ปีย้อนหลัง หรือตั้งแต่จัดตั้งสำหรับกองอายุไม่ถึง 5 ปี ตาม Factsheet ของ บลจ. สัดส่วนป้องกันค่าเงินเป็นข้อมูลของงวดที่รายงาน ไม่มีข้อมูลไม่ถือว่าไม่มีการป้องกันค่าเงิน
ข้อมูลโครงการอัปเดตต้นทาง 2026-10-17 07:33:45.070000 · ความเสี่ยงงวด 7 ต.ค. 2569 · นโยบายปันผลงวด 7 ต.ค. 2569
เงื่อนไขซื้อขาย
เงินลงทุนขั้นต่ำ
- ซื้อขั้นต่ำครั้งแรก
- 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ
- ซื้อขั้นต่ำครั้งถัดไป
- 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ
- ขายคืนขั้นต่ำ
- 0 ดอลลาร์สหรัฐ
- ยอดคงเหลือขั้นต่ำ
- 0 ดอลลาร์สหรัฐ
SEC Open Data · Factsheet มีผล 7 ต.ค. 2569 · ดึงข้อมูล 12 ต.ค. 2569
วันรับคำสั่งและรับเงินขายคืน
- วันรับคำสั่งซื้อ
- ช่วงเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก (IPO) วันทำรายการซื้อ: ตามที่บริษัทจัดการกำหนด เวลาทำการ: - วันที่ 7 -21 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 8.30 – 16.30 น. - วันที่ 21 ตุลาคม 2569 (วันทำการสุดท้ายของการเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก) ตั้งแต่เวลา 8.30 – 12.00 น. ช่วงภายหลังเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก วันทำรายการซื้อ: วันทำการแรกของเดือน โดยส่งคำสั่งล่วงหน้าตามระยะเวลาที่บริษัทจัดการกำหนดในเว็บไซต์ ของบริษัทจัดการ เวลาทำการ: เวลา 8.30 – 16.00 น. (ยกเว้นวันทำการสุดท้ายของการเปิดรับคำสั่งซื้อหน่วยลงทุนของแต่ละเดือน บริษัทจะเปิดรับคำสั่งตั้งแต่เวลา 8.30 - 12.00)
- วันรับคำสั่งขายคืน
- วันทำรายการขายคืน: วันสุดท้ายของไตรมาส กรณีตรงกับวันหยุดทำการ บริษัทจัดการจะเลื่อนวันทำรายการขายคืนเป็นวันทำการถัดไป โดยส่งคำสั่งล่วงหน้าตามระยะเวลาที่บริษัทจัดการกำหนดในเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ เวลาทำการ: เวลา 8.30 – 16.00 น.
- ระยะเวลารับเงินขายคืน
- T+3 คือ3 วันทำการนับจากวันคำนวณ NAV
เงื่อนไขของชนิดหน่วยตาม Factsheet ไม่ใช่การยืนยันว่าซื้อขายได้วันนี้ ค่าขั้นต่ำ 0 เป็นค่าที่ต้นทางรายงาน ตรวจเวลาตัดรอบ วันหยุด และเงื่อนไขของช่องทางซื้อขายกับ บลจ.
ผลตอบแทนจาก NAV
Price return ที่ SabuyFunds คำนวณ · ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียมผู้ลงทุน และภาษี
| ช่วง | สะสม (%) | ต่อปี (%) | วันเริ่มจริง | วันสิ้นสุดจริง |
|---|---|---|---|---|
| 1M | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| 3M | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| 6M | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| YTD | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| 1Y | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| 3Y | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| 5Y | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| 10Y | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
ไม่มีข้อมูล = ประวัติไม่พอ · ต่อปีแสดงเฉพาะช่วงจริงอย่างน้อย 365 วัน
สถานะผลตอบแทนจากต้นทาง
ยังไม่แสดงตัวเลขต้นทางเป็นผลตอบแทนที่ยืนยันแล้ว ต้องตรวจวิธีใน Factsheet ให้ตรง metric และหน่วยก่อน
ไม่มีข้อมูล
Total return: ยังไม่รองรับใน Phase 1 · อ่านสูตรทั้งหมด
ค่าธรรมเนียม
| รายการ | อัตราเก็บจริง | อัตราตามโครงการ | งวดที่มีผล |
|---|---|---|---|
| ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee) | 1.0000 | 3.0000 | 7 ต.ค. 2569 |
| ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) | 1.1770 | 3.2100 | 7 ต.ค. 2569 |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee) | 0.0000 | 3.0000 | 7 ต.ค. 2569 |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (SWITCHING OUT) | 0.0000 | 3.0000 | 7 ต.ค. 2569 |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN) | 0.0000 | 3.0000 | 7 ต.ค. 2569 |
| ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน (Transfer Fee) | 50.0000 | 0.0000 | 7 ต.ค. 2569 |
| ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 1.3100 | 5.3500 | 7 ต.ค. 2569 |
ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee): ค่าธรรมเนียมการขาย เก็บจริง : การส่งคำสั่งช่วง IPO ถึงวันที่ 21 ธันวาคม 25697: (1) รายการซื้อต่ำกว่า 1 ล้าน USD ต่อรายการ: 1.00% (2) รายการซื้อตั้งแต่ 1 ล้าน USD ขึ้นไป ต่อรายการ: 0.85% การส่งคำสั่งซื้อหน่วยลงทุนตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 25708 เป็นต้นไป (1) รายการซื้อต่ำกว่า 1 ล้าน USD ต่อรายการ: 1.25% (2) รายการซื้อตั้งแต่ 1 ล้าน USD ขึ้นไป ต่อรายการ: 1.00%, ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน เก็บจริง : ปัจจุบันยกเว้น, ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า เก็บจริง : ยังไม่เปิดให้บริการ, ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก เก็บจริง : ยังไม่เปิดให้บริการ, ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย สูงสุด : ตามที่นายทะเบียนเรียกเก็บ เก็บจริง : 50 บาท ต่อ 1 รายการ, ค่าธรรมเนียม Exit fee สูงสุดไม่เกิน : 5.0000% เก็บจริง : 5.0000% (โปรดดูหมายเหตุข้อ 1) หมายเหตุ : 1. ในกรณีที่ผู้ถือหน่วยลงทุนขายคืนหน่วยลงทุนก่อนระยะเวลาการถือครองขั้นตํ่าที่กำหนด คือ อย่างน้อย 2 ปี นับจากวันที่ผู้ถือหน่วยลงทุนทำรายการซื้อหน่วยลงทุน (subscription trade date) นั้น ๆ โดยใช้หลักการ ‘เข้าก่อนออกก่อน’ (First In First Out) บริษัทจัดการจะเรียกเก็บ Exit fee ตามอัตราที่บริษัทจัดการกำหนด ทั้งนี้ การรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติจะไม่ถูกเรียกเก็บ Exit Fee 2. ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะหรือภาษีอื่นใดแล้ว 3. บริษัทจัดการอาจคิดค่าธรรมเนียมดังกล่าวกับผู้ลงทุนแต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน โดยบริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และ/หรือปิดประกาศที่สำนักงานของบริษัทจัดการ 4. ในกรณีที่กองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ กองทุนต้นทาง และกองทุนปลายทางจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขาย (front-end fee) และค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน (back-end fee) ซ้ำซ้อนกัน และรวมถึงกรณีที่กองทุนปลายทางอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใด ๆ ของบริษัทจัดการอีกทอดหนึ่ง บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวซ้ำซ้อนด้วยเช่นกัน 5. บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ 6. ค่าใช้จ่ายในการซื้อ - ขายหลักทรัพย์ เมื่อสั่งซื้อ/ขาย/สับเปลี่ยนหน่วยลงทุน ไม่เกินร้อยละ 2.00 ของมูลค่าหน่วยลงทุน (ปัจจุบันยกเว้น) 7. วันที่ 21 ธันวาคม 2569 คือ วันทำการสุดท้ายของการส่งคำสั่งล่วงหน้าเพื่อทำรายการซื้อหน่วยลงทุน ณ วันทำรายการซื้อหน่วยลงทุน (Subscription Trade Date) ในเดือนมกราคม 2570 (4 มกราคม 2570)) 8. วันที่ 5 มกราคม 2570 คือ วันทำการแรกของการส่งคำสั่งล่วงหน้าเพื่อทำรายการซื้อหน่วยลงทุน ณ วันทำรายการซื้อหน่วยลงทุน (Subscription Trade Date) ในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 (1 กุมภาพันธ์ 2570))
ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee): หมายเหตุ : 1. เนื่องจากกองทุนจัดตั้ง/เปิดให้บริการหน่วยลงทุนยังไม่ครบรอบระยะเวลาบัญชีของกองทุน ดังนั้น หัวข้อ “รวมค่าใช้จ่าย” จะแสดงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงจากกองทุน (%ต่อปี) คือ ค่าธรรมเนียมการจัดการ ค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุน ค่าธรรมเนียมนายทะเบียนหน่วยลงทุน โดยอัตราที่แสดงยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ (%ต่อปี) (ค่าใช้จ่ายอื่น (%ต่อปี) จะแสดงในรายงานรอบระยะเวลาบัญชี) 2. ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะหรือภาษีอื่นใดแล้ว 3. ผู้ลงทุนสามารถดูข้อมูลค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุนรวมย้อนหลัง 3 ปี ในหนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลกองทุนได้ที่ https://am.kkpfg.com 4. บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ 5. ปัจจุบันกองทุนไม่ได้รับค่าตอบแทนจากกองทุนหลักและ/หรือบริษัทจัดการของกองทุนหลัก (Rebate fee) 6. ในกรณีที่กองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ กองทุนต้นทาง และกองทุนปลายทางจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการ ซ้ำซ้อนกัน และรวมถึงกรณีที่กองทุนปลายทางอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใด ๆ ของบริษัทจัดการอีกทอดหนึ่ง บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวซ้ำซ้อนด้วยเช่นกัน
ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee): ค่าธรรมเนียมการขาย เก็บจริง : การส่งคำสั่งช่วง IPO ถึงวันที่ 21 ธันวาคม 25697: (1) รายการซื้อต่ำกว่า 1 ล้าน USD ต่อรายการ: 1.00% (2) รายการซื้อตั้งแต่ 1 ล้าน USD ขึ้นไป ต่อรายการ: 0.85% การส่งคำสั่งซื้อหน่วยลงทุนตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 25708 เป็นต้นไป (1) รายการซื้อต่ำกว่า 1 ล้าน USD ต่อรายการ: 1.25% (2) รายการซื้อตั้งแต่ 1 ล้าน USD ขึ้นไป ต่อรายการ: 1.00%, ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน เก็บจริง : ปัจจุบันยกเว้น, ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า เก็บจริง : ยังไม่เปิดให้บริการ, ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก เก็บจริง : ยังไม่เปิดให้บริการ, ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย สูงสุด : ตามที่นายทะเบียนเรียกเก็บ เก็บจริง : 50 บาท ต่อ 1 รายการ, ค่าธรรมเนียม Exit fee สูงสุดไม่เกิน : 5.0000% เก็บจริง : 5.0000% (โปรดดูหมายเหตุข้อ 1) หมายเหตุ : 1. ในกรณีที่ผู้ถือหน่วยลงทุนขายคืนหน่วยลงทุนก่อนระยะเวลาการถือครองขั้นตํ่าที่กำหนด คือ อย่างน้อย 2 ปี นับจากวันที่ผู้ถือหน่วยลงทุนทำรายการซื้อหน่วยลงทุน (subscription trade date) นั้น ๆ โดยใช้หลักการ ‘เข้าก่อนออกก่อน’ (First In First Out) บริษัทจัดการจะเรียกเก็บ Exit fee ตามอัตราที่บริษัทจัดการกำหนด ทั้งนี้ การรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติจะไม่ถูกเรียกเก็บ Exit Fee 2. ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะหรือภาษีอื่นใดแล้ว 3. บริษัทจัดการอาจคิดค่าธรรมเนียมดังกล่าวกับผู้ลงทุนแต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน โดยบริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และ/หรือปิดประกาศที่สำนักงานของบริษัทจัดการ 4. ในกรณีที่กองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ กองทุนต้นทาง และกองทุนปลายทางจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขาย (front-end fee) และค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน (back-end fee) ซ้ำซ้อนกัน และรวมถึงกรณีที่กองทุนปลายทางอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใด ๆ ของบริษัทจัดการอีกทอดหนึ่ง บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวซ้ำซ้อนด้วยเช่นกัน 5. บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ 6. ค่าใช้จ่ายในการซื้อ - ขายหลักทรัพย์ เมื่อสั่งซื้อ/ขาย/สับเปลี่ยนหน่วยลงทุน ไม่เกินร้อยละ 2.00 ของมูลค่าหน่วยลงทุน (ปัจจุบันยกเว้น) 7. วันที่ 21 ธันวาคม 2569 คือ วันทำการสุดท้ายของการส่งคำสั่งล่วงหน้าเพื่อทำรายการซื้อหน่วยลงทุน ณ วันทำรายการซื้อหน่วยลงทุน (Subscription Trade Date) ในเดือนมกราคม 2570 (4 มกราคม 2570)) 8. วันที่ 5 มกราคม 2570 คือ วันทำการแรกของการส่งคำสั่งล่วงหน้าเพื่อทำรายการซื้อหน่วยลงทุน ณ วันทำรายการซื้อหน่วยลงทุน (Subscription Trade Date) ในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 (1 กุมภาพันธ์ 2570))
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (SWITCHING OUT): ค่าธรรมเนียมการขาย เก็บจริง : การส่งคำสั่งช่วง IPO ถึงวันที่ 21 ธันวาคม 25697: (1) รายการซื้อต่ำกว่า 1 ล้าน USD ต่อรายการ: 1.00% (2) รายการซื้อตั้งแต่ 1 ล้าน USD ขึ้นไป ต่อรายการ: 0.85% การส่งคำสั่งซื้อหน่วยลงทุนตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 25708 เป็นต้นไป (1) รายการซื้อต่ำกว่า 1 ล้าน USD ต่อรายการ: 1.25% (2) รายการซื้อตั้งแต่ 1 ล้าน USD ขึ้นไป ต่อรายการ: 1.00%, ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน เก็บจริง : ปัจจุบันยกเว้น, ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า เก็บจริง : ยังไม่เปิดให้บริการ, ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก เก็บจริง : ยังไม่เปิดให้บริการ, ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย สูงสุด : ตามที่นายทะเบียนเรียกเก็บ เก็บจริง : 50 บาท ต่อ 1 รายการ, ค่าธรรมเนียม Exit fee สูงสุดไม่เกิน : 5.0000% เก็บจริง : 5.0000% (โปรดดูหมายเหตุข้อ 1) หมายเหตุ : 1. ในกรณีที่ผู้ถือหน่วยลงทุนขายคืนหน่วยลงทุนก่อนระยะเวลาการถือครองขั้นตํ่าที่กำหนด คือ อย่างน้อย 2 ปี นับจากวันที่ผู้ถือหน่วยลงทุนทำรายการซื้อหน่วยลงทุน (subscription trade date) นั้น ๆ โดยใช้หลักการ ‘เข้าก่อนออกก่อน’ (First In First Out) บริษัทจัดการจะเรียกเก็บ Exit fee ตามอัตราที่บริษัทจัดการกำหนด ทั้งนี้ การรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติจะไม่ถูกเรียกเก็บ Exit Fee 2. ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะหรือภาษีอื่นใดแล้ว 3. บริษัทจัดการอาจคิดค่าธรรมเนียมดังกล่าวกับผู้ลงทุนแต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน โดยบริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และ/หรือปิดประกาศที่สำนักงานของบริษัทจัดการ 4. ในกรณีที่กองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ กองทุนต้นทาง และกองทุนปลายทางจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขาย (front-end fee) และค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน (back-end fee) ซ้ำซ้อนกัน และรวมถึงกรณีที่กองทุนปลายทางอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใด ๆ ของบริษัทจัดการอีกทอดหนึ่ง บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวซ้ำซ้อนด้วยเช่นกัน 5. บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ 6. ค่าใช้จ่ายในการซื้อ - ขายหลักทรัพย์ เมื่อสั่งซื้อ/ขาย/สับเปลี่ยนหน่วยลงทุน ไม่เกินร้อยละ 2.00 ของมูลค่าหน่วยลงทุน (ปัจจุบันยกเว้น) 7. วันที่ 21 ธันวาคม 2569 คือ วันทำการสุดท้ายของการส่งคำสั่งล่วงหน้าเพื่อทำรายการซื้อหน่วยลงทุน ณ วันทำรายการซื้อหน่วยลงทุน (Subscription Trade Date) ในเดือนมกราคม 2570 (4 มกราคม 2570)) 8. วันที่ 5 มกราคม 2570 คือ วันทำการแรกของการส่งคำสั่งล่วงหน้าเพื่อทำรายการซื้อหน่วยลงทุน ณ วันทำรายการซื้อหน่วยลงทุน (Subscription Trade Date) ในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 (1 กุมภาพันธ์ 2570))
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN): ค่าธรรมเนียมการขาย เก็บจริง : การส่งคำสั่งช่วง IPO ถึงวันที่ 21 ธันวาคม 25697: (1) รายการซื้อต่ำกว่า 1 ล้าน USD ต่อรายการ: 1.00% (2) รายการซื้อตั้งแต่ 1 ล้าน USD ขึ้นไป ต่อรายการ: 0.85% การส่งคำสั่งซื้อหน่วยลงทุนตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 25708 เป็นต้นไป (1) รายการซื้อต่ำกว่า 1 ล้าน USD ต่อรายการ: 1.25% (2) รายการซื้อตั้งแต่ 1 ล้าน USD ขึ้นไป ต่อรายการ: 1.00%, ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน เก็บจริง : ปัจจุบันยกเว้น, ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า เก็บจริง : ยังไม่เปิดให้บริการ, ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก เก็บจริง : ยังไม่เปิดให้บริการ, ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย สูงสุด : ตามที่นายทะเบียนเรียกเก็บ เก็บจริง : 50 บาท ต่อ 1 รายการ, ค่าธรรมเนียม Exit fee สูงสุดไม่เกิน : 5.0000% เก็บจริง : 5.0000% (โปรดดูหมายเหตุข้อ 1) หมายเหตุ : 1. ในกรณีที่ผู้ถือหน่วยลงทุนขายคืนหน่วยลงทุนก่อนระยะเวลาการถือครองขั้นตํ่าที่กำหนด คือ อย่างน้อย 2 ปี นับจากวันที่ผู้ถือหน่วยลงทุนทำรายการซื้อหน่วยลงทุน (subscription trade date) นั้น ๆ โดยใช้หลักการ ‘เข้าก่อนออกก่อน’ (First In First Out) บริษัทจัดการจะเรียกเก็บ Exit fee ตามอัตราที่บริษัทจัดการกำหนด ทั้งนี้ การรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติจะไม่ถูกเรียกเก็บ Exit Fee 2. ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะหรือภาษีอื่นใดแล้ว 3. บริษัทจัดการอาจคิดค่าธรรมเนียมดังกล่าวกับผู้ลงทุนแต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน โดยบริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และ/หรือปิดประกาศที่สำนักงานของบริษัทจัดการ 4. ในกรณีที่กองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ กองทุนต้นทาง และกองทุนปลายทางจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขาย (front-end fee) และค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน (back-end fee) ซ้ำซ้อนกัน และรวมถึงกรณีที่กองทุนปลายทางอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใด ๆ ของบริษัทจัดการอีกทอดหนึ่ง บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวซ้ำซ้อนด้วยเช่นกัน 5. บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ 6. ค่าใช้จ่ายในการซื้อ - ขายหลักทรัพย์ เมื่อสั่งซื้อ/ขาย/สับเปลี่ยนหน่วยลงทุน ไม่เกินร้อยละ 2.00 ของมูลค่าหน่วยลงทุน (ปัจจุบันยกเว้น) 7. วันที่ 21 ธันวาคม 2569 คือ วันทำการสุดท้ายของการส่งคำสั่งล่วงหน้าเพื่อทำรายการซื้อหน่วยลงทุน ณ วันทำรายการซื้อหน่วยลงทุน (Subscription Trade Date) ในเดือนมกราคม 2570 (4 มกราคม 2570)) 8. วันที่ 5 มกราคม 2570 คือ วันทำการแรกของการส่งคำสั่งล่วงหน้าเพื่อทำรายการซื้อหน่วยลงทุน ณ วันทำรายการซื้อหน่วยลงทุน (Subscription Trade Date) ในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 (1 กุมภาพันธ์ 2570))
ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน (Transfer Fee): ค่าธรรมเนียมการขาย เก็บจริง : การส่งคำสั่งช่วง IPO ถึงวันที่ 21 ธันวาคม 25697: (1) รายการซื้อต่ำกว่า 1 ล้าน USD ต่อรายการ: 1.00% (2) รายการซื้อตั้งแต่ 1 ล้าน USD ขึ้นไป ต่อรายการ: 0.85% การส่งคำสั่งซื้อหน่วยลงทุนตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 25708 เป็นต้นไป (1) รายการซื้อต่ำกว่า 1 ล้าน USD ต่อรายการ: 1.25% (2) รายการซื้อตั้งแต่ 1 ล้าน USD ขึ้นไป ต่อรายการ: 1.00%, ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน เก็บจริง : ปัจจุบันยกเว้น, ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า เก็บจริง : ยังไม่เปิดให้บริการ, ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก เก็บจริง : ยังไม่เปิดให้บริการ, ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย สูงสุด : ตามที่นายทะเบียนเรียกเก็บ เก็บจริง : 50 บาท ต่อ 1 รายการ, ค่าธรรมเนียม Exit fee สูงสุดไม่เกิน : 5.0000% เก็บจริง : 5.0000% (โปรดดูหมายเหตุข้อ 1) หมายเหตุ : 1. ในกรณีที่ผู้ถือหน่วยลงทุนขายคืนหน่วยลงทุนก่อนระยะเวลาการถือครองขั้นตํ่าที่กำหนด คือ อย่างน้อย 2 ปี นับจากวันที่ผู้ถือหน่วยลงทุนทำรายการซื้อหน่วยลงทุน (subscription trade date) นั้น ๆ โดยใช้หลักการ ‘เข้าก่อนออกก่อน’ (First In First Out) บริษัทจัดการจะเรียกเก็บ Exit fee ตามอัตราที่บริษัทจัดการกำหนด ทั้งนี้ การรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติจะไม่ถูกเรียกเก็บ Exit Fee 2. ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะหรือภาษีอื่นใดแล้ว 3. บริษัทจัดการอาจคิดค่าธรรมเนียมดังกล่าวกับผู้ลงทุนแต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน โดยบริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และ/หรือปิดประกาศที่สำนักงานของบริษัทจัดการ 4. ในกรณีที่กองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ กองทุนต้นทาง และกองทุนปลายทางจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขาย (front-end fee) และค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน (back-end fee) ซ้ำซ้อนกัน และรวมถึงกรณีที่กองทุนปลายทางอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใด ๆ ของบริษัทจัดการอีกทอดหนึ่ง บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวซ้ำซ้อนด้วยเช่นกัน 5. บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ 6. ค่าใช้จ่ายในการซื้อ - ขายหลักทรัพย์ เมื่อสั่งซื้อ/ขาย/สับเปลี่ยนหน่วยลงทุน ไม่เกินร้อยละ 2.00 ของมูลค่าหน่วยลงทุน (ปัจจุบันยกเว้น) 7. วันที่ 21 ธันวาคม 2569 คือ วันทำการสุดท้ายของการส่งคำสั่งล่วงหน้าเพื่อทำรายการซื้อหน่วยลงทุน ณ วันทำรายการซื้อหน่วยลงทุน (Subscription Trade Date) ในเดือนมกราคม 2570 (4 มกราคม 2570)) 8. วันที่ 5 มกราคม 2570 คือ วันทำการแรกของการส่งคำสั่งล่วงหน้าเพื่อทำรายการซื้อหน่วยลงทุน ณ วันทำรายการซื้อหน่วยลงทุน (Subscription Trade Date) ในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 (1 กุมภาพันธ์ 2570))
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense): หมายเหตุ : 1. เนื่องจากกองทุนจัดตั้ง/เปิดให้บริการหน่วยลงทุนยังไม่ครบรอบระยะเวลาบัญชีของกองทุน ดังนั้น หัวข้อ “รวมค่าใช้จ่าย” จะแสดงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงจากกองทุน (%ต่อปี) คือ ค่าธรรมเนียมการจัดการ ค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุน ค่าธรรมเนียมนายทะเบียนหน่วยลงทุน โดยอัตราที่แสดงยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ (%ต่อปี) (ค่าใช้จ่ายอื่น (%ต่อปี) จะแสดงในรายงานรอบระยะเวลาบัญชี) 2. ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะหรือภาษีอื่นใดแล้ว 3. ผู้ลงทุนสามารถดูข้อมูลค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุนรวมย้อนหลัง 3 ปี ในหนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลกองทุนได้ที่ https://am.kkpfg.com 4. บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ 5. ปัจจุบันกองทุนไม่ได้รับค่าตอบแทนจากกองทุนหลักและ/หรือบริษัทจัดการของกองทุนหลัก (Rebate fee) 6. ในกรณีที่กองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ กองทุนต้นทาง และกองทุนปลายทางจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการ ซ้ำซ้อนกัน และรวมถึงกรณีที่กองทุนปลายทางอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใด ๆ ของบริษัทจัดการอีกทอดหนึ่ง บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวซ้ำซ้อนด้วยเช่นกัน
อัตราและหน่วยตามรายการต้นทาง ตรวจฐานการคิด VAT และอัตราสูงสุดใน Factsheet ก่อนใช้
เงินปันผลย้อนหลัง
ยังไม่มีประวัติปันผลสำหรับแสดงกราฟ
ยังไม่มีประวัติปันผลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อมอยู่
แสดงวัน XD และวันปิดสมุดทะเบียนตามที่ต้นทางระบุ วันที่ตามประวัติใช้เมื่อแหล่งข้อมูลไม่ระบุประเภทวัน จึงไม่ถือเป็นวัน XD หรือวันจ่าย ไม่มีข้อมูลไม่ได้แปลว่าไม่เคยจ่ายปันผล วันที่จ่ายในอนาคตเป็นกำหนดตามประกาศ รายการเดียวกันเลือกข้อมูล บลจ. แล้ว SEC แล้ว Settrade ตามลำดับ
สัดส่วนสินทรัพย์และหลักทรัพย์
ประเภทสินทรัพย์
Factsheet
SEC asset-allocation
ไม่มีข้อมูลสัดส่วนประเภทสินทรัพย์จาก Factsheet
พอร์ตรายเดือน
SEC portfolio-asset-type
ไม่มีข้อมูลสัดส่วนประเภทสินทรัพย์ในพอร์ตรายเดือน
หลักทรัพย์ 5 อันดับ
รายการจาก SEC top5-holdings
ไม่มีข้อมูล
ข้อมูลระดับกองทุนร่วมกันทุกชนิดหน่วยลงทุน · แหล่ง sec · Factsheet จาก asset-allocation · พอร์ตรายเดือนจาก portfolio-asset-type · หลักทรัพย์จาก top5-holdings