ทรัพย์สินทางเลือกเสนอขายครั้งแรกไม่มีข้อมูล

PRINCIPAL EURE-UI กองทุนเปิดพรินซิเพิล ยูโรเปี้ยน เรียลเอสเตท ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย

Principal European Real Estate Fund Not for Retail Investors · บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด

กำลังเติมประวัติ NAV บางช่วงอาจยังมีข้อมูลไม่ครบ

NAV ย้อนหลัง

บาทต่อหน่วย
ไม่มีข้อมูลกราฟในช่วงนี้

ประวัติไม่พอสำหรับช่วงที่เลือก

กราฟนี้แสดง NAV ไม่ใช่ Total return ที่นำปันผลลงทุนต่อ

แหล่งข้อมูล: SEC Open Data · วันที่ NAV: ไม่มีข้อมูล · ดึงข้อมูล: ไม่มีข้อมูล UTC

ภาพรวมกองทุน

ประเภทสินทรัพย์
ทรัพย์สินทางเลือก
ความเสี่ยง
ไม่มีข้อมูล
นโยบายปันผล
ไม่มีข้อมูล
สิทธิภาษี
ไม่มีข้อมูล

ดัชนีชี้วัด (Benchmark)

ไม่มีข้อมูล

นโยบายการลงทุน

1. กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของ Principal European Core Feeder Fund C1 S.C.A., SICAV-RAIF (กองทุนย่อย) Class G-SCA-A ในสกุลเงินยูโร ซึ่งเป็นกองทุนอสังหาริมทรัพย์นอกตลาด (Private Real Estate) ที่จัดตั้งภายใต้กฏหมายของประเทศลักเซมเบอร์ก โดยไม่จำกัดอัตราส่วน กองทุนย่อยเป็น Reserved Alternative Investment Fund (RAIF) ในรูปแบบ Corporate Partnership Limited by Shares อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ Principal Real Estate SAS ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดย PECF (GP) S.à r.l. (หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner)) ให้บริหารจัดการกองทุนหลักในฐานะผู้จัดการกองทุนทรัพย์สินทางเลือก โดยกองทุนย่อยมีการกำหนดมูลค่าขั้นต่ำในการลงทุน (minimum commitment) ไม่น้อยกว่า 10 ล้านเหรียญยูโร และไม่กำหนดระยะเวลาที่ต้องลงทุน อย่างไรก็ตาม หากมีการขายคืนหน่วยลงทุนในกองทุนย่อยภายในระยะเวลา 5 ปีนับจากวันที่ลงทุน กองทุนย่อยจะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายคืนหน่วยลงทุน (Early Redemption Charge)

กองทุนย่อยจะลงทุนใน Principal European Core Fund SCSp (กองทุนหลัก) และกองทุนหลักจะทำการลงทุนผ่านกองทุน Principal European Core Fund Aggregator SCSp (กองทุน Aggregator) โดยกองทุนหลัก และกองทุน Aggregator จัดตั้งภายใต้กฏหมายของประเทศลักเซมเบอร์ก ในรูปแบบ Limited Partnership ซึ่งมีนโยบายเน้นลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบดั้งเดิมในยุโรป 3 ประเภท คือ อาคารสำนักงาน ค้าปลีก และอุตสาหกรรมหรือโลจิสติกส์ ทั้งนี้ หากกองทุน Aggregator มี GAV (Gross Asset Value) มากกว่า 750 ล้านยูโรขึ้นไป กองทุนอาจลงทุนได้ถึง 20% ของ GAV (Gross Asset Value) ในสินทรัพย์ประเภทพิเศษ เช่น ซึ่งรวมถึงกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานทางสังคม (กลุ่มการดูแลสุขภาพ (healthcare) ที่พักนักเรียนนักศึกษา ที่พักอาศัย) เพื่อสร้างความสมดุลกับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบดั้งเดิมได้

บริษัทจัดการจะส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนด้วยสกุลเงินยูโร ในขณะที่กองทุนย่อยอาจลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในหลายสกุลเงิน และบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงสกุลเงินในภายหลัง โดยคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนและความเหมาะสมในทางปฏิบัติเป็นสำคัญ โดยถือว่าผู้ถือหน่วยลงทุนรับทราบและยินยอมให้ดำเนินการแล้ว

อ่านนโยบายส่วนที่เหลือจากต้นทาง

ทั้งนี้ ทางบริษัทจัดการอาจพิจารณาลงทุนในตราสารแห่งทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน หน่วยลงทุนของกองทุน Exchange Traded Fund หน่วย CIS หน่วย Property, REITs หน่วย Infra และ/หรือตราสารหนี้ที่มีลักษณะคล้ายเงินฝาก เงินฝาก ตราสารหนี้ทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ ตราสารทางการเงิน และ/หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่ระบุไว้ในโครงการหรือตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดได้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรอการลงทุนในกองทุนหลัก โดยไม่จำกัดระยะเวลาในการรอการลงทุน หรือเพื่อรอชำระเงินคืนให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเมื่อเลิกโครงการ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ

2. ส่วนที่เหลือกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารแห่งทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน หน่วยลงทุนของกองทุน Exchange Traded Fund หน่วย CIS หน่วย Property, REITs หน่วย Infra และ/หรือตราสารหนี้ที่มีลักษณะคล้ายเงินฝาก เงินฝาก ตราสารหนี้ทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ ตราสารทางการเงิน และ/หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น ทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ ที่ออกโดยภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงิน และ/หรือ ภาคเอกชนทั้งที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) และหรือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) และหรือตราสารที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) และหรือหลักทรัพย์หรือตราสารที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในหน่วย private equity ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือในหลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่ระบุไว้ในโครงการหรือตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด

กองทุนไทยจะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่อาจลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) ซึ่งพิจารณาจากสภาวะของตลาดการเงินในขณะนั้น และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางราคาหลักทรัพย์, ทิศทางอัตราดอกเบี้ย และสภาวะอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการป้องกันความเสี่ยง เป็นต้น โดยจะลงทุนสูงสุดไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

นอกจากนี้ กองทุนอาจกู้ยืมเงินหรือทำธุรกรรมขายโดยมีสัญญาซื้อคืนเพื่อประโยชน์ในการจัดการลงทุนของกองทุนได้ไม่เกินร้อยละ 50 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน อย่างไรก็ตาม กองทุนจะไม่ทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมหลักทรัพย์เพื่อการส่งมอบ (short sell)

ในส่วนของการลงทุนในต่างประเทศ กองทุนย่อย และหรือกองทุนหลัก และหรือกองทุน Aggregator กองทุนต่างประเทศอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งพิจารณาจากสภาวะของตลาดการเงินในขณะนั้น และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางของค่าเงิน, ค่าใช้จ่ายในการป้องกันความเสี่ยง เป็นต้น อย่างไรก็ตามหากผู้จัดการกองทุนพิจารณาว่าการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอาจไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วย หรือทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์ที่อาจได้รับ ผู้จัดการกองทุนอาจไม่ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนก็ได้

ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.หรือคณะกรรมการตลาดทุนมีการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศที่เกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์การลงทุนซึ่งกระทบกับนโยบายการลงทุนของกองทุนนี้ในภายหลัง บริษัทจัดการจะดำเนินการปรับนโยบายการลงทุนดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามประกาศที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด และให้ถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว

กองทุนอาจมีผลกระทบทางลบที่มากที่สุด (Worst case scenario) จากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และ/หรือการเข้าธุรกรรมการกู้ยืมเงิน และ/หรือการขายหลักทรัพย์โดยมีสัญญาซื้อคืนเพื่อประโยชน์ในการจัดการลงทุนของกองทุนได้ หากราคาหลักทรัพย์อ้างอิงมีความผันผวนมาก หรือทิศทางการลงทุนไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์จนอาจทำให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือจากการกู้ยืม หรือจากการขายหลักทรัพย์โดยมีสัญญาขายคืน อย่างไรก็ตาม การขาดทุนดังกล่าวจะไม่เกิน 100% ของ NAV ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะศึกษาวิเคราะห์ปัจจัยที่เกี่ยวข้องที่มีผลกระทบต่อการทำธุรกรรมดังกล่าวให้ทันเหตุการณ์ โดยจะคำนวณอัตราส่วนในการลงทุนที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพการลงทุน

เงื่อนไขอื่นๆ

1. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงกองทุนย่อยที่ลงทุนที่แตกต่างไปจากที่ระบุในรายละเอียดโครงการกองทุนนี้โดยขึ้นอยู่กับดุลพินิจของบริษัทจัดการ ซึ่งกองทุนรวมต่างประเทศที่พิจารณาเลือกทดแทนกองทุนเดิม จะต้องมีนโยบายการลงทุนที่ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญกับนโยบายการลงทุนของกองทุนย่อยเดิมโดยบริษัทจัดการจะคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบผ่านช่องทางที่บริษัทจัดการกำหนดโดยไม่ชักช้า

2. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงกองทุนย่อย และหรือกองทุนหลัก และหรือกองทุน Aggregator ที่ลงทุนที่แตกต่างไปจากที่ระบุในรายละเอียดโครงการกองทุนนี้ อันเนื่องมากจากกองทุนย่อย และหรือกองทุนหลัก และหรือกองทุน Aggregator เลิกกองทุน หรือผลการดำเนินงานของกองทุนไม่ดี หรือเกิดจากการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย หรือปัจจัยอื่นใดที่กระทบกับการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ เป็นต้น โดยขึ้นอยู่กับดุลพินิจของบริษัทจัดการ ซึ่งกองทุนรวมต่างประเทศที่พิจารณาเลือกทดแทนกองทุนเดิม จะต้องมีนโยบายการลงทุนสอดคล้องหรือใกล้เคียงกับนโยบายการลงทุนของกองทุนนี้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ

3. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็น Fund of Funds หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในหลักทรัพย์และทรัพย์สินทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศได้ หรือกลับมาเป็นกองทุน Feeder Fund ได้โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยขึ้นกับสถานการณ์ตลาด และต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยผ่านเว็บไซต์ของบริษัทจัดการที่ www.principal.th หรือช่องทางอื่นใดที่บริษัทจัดการกำหนดก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงการลงทุนดังกล่าว

4. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะนำเงินลงทุนบางส่วนหรือทั้งหมดมาลงทุนในประเทศไทย ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของกองทุนโดยรวม เช่น ในกรณีที่มีความผิดปกติของตลาด หรือในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงของภาวะตลาดหรือการคาดการณ์ภาวะตลาดทำให้การลงทุนในต่างประเทศขาดความเหมาะสมในทางปฏิบัติ หรือกรณีอื่นใดที่เกิดจากสาเหตุที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น การเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย หรือประกาศที่เกี่ยวข้อง หรือเกิดภาวะสงคราม เป็นต้น จึงอาจมีบางขณะที่กองทุนไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามอัตราส่วนการลงทุนที่กำหนดได้ และบริษัทจัดการจะรายงานการไม่สามารถลงทุนตามสัดส่วนการลงทุนต่อสำนักงาน ก.ล.ต.

5. กองทุน Aggregator มีการจำกัดการไถ่ถอนหน่วยลงทุนในรอบ 12 เดือนย้อนหลังไม่เกิน 10% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (Redemption Gate) ดังนั้นผู้ลงทุนอาจได้รับเงินจากการขายคืนไม่ครบตามที่ได้มีคำสั่งไว้ โดยบริษัทจัดการจะใช้วิธีเฉลี่ยตามสัดส่วนของผู้ลงทุนที่ได้มีคำสั่งไว้ (pro rata) โดยส่วนที่เหลือจะพิจารณาจ่ายในรอบถัดไป (ตามข้อจำกัดการไถ่ถอนหน่วยลงทุนที่สามารถทำรายการได้ตามที่กองทุน Aggregator กำหนด) ดังนั้น ผู้ถือหน่วยลงทุนอาจไม่ได้รับการจัดสรรหน่วยลงทุน และมูลค่าหน่วยลงทุนในวันที่ส่งคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนนั้น รวมทั้งอาจไม่ได้รับเงินค่าขายคืนภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ (ถ้ามี)

ทั้งนี้ หากกองทุน Aggregator มีคำสั่งขายคืนสะสมซึ่งคิดเป็น 50% หรือมากว่าของมูลค่ารวมของหน่วยลงทุน กองทุน Aggregator อาจมีการประชุมผู้ลงทุนเพื่อพิจารณายกเลิกกองทุนโดยจะต้องได้รับยินยอมจากผู้ลงทุนอย่างน้อย 2 ใน 3 ของจำนวนหน่วยลงทุน

บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเพิ่มเติม/เปลี่ยนแปลงข้อจำกัดการไถ่ถอนหน่วยลงทุนให้สอดคล้องกับกองทุนต่างประเทศที่กองทุนไทยลงทุน ในกรณีที่กองทุนไทยมีการเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวม หรือมีการเปลี่ยนกองทุนหลักในอนาคต (ถ้ามี)

6. หากภายใน 1 ปีแรกนับตั้งแต่วันจดทะเบียนกองทุน บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการชำระค่าขายคืนหน่วยลงทุนให้กับ ผู้ถือหน่วยลงทุนสำหรับเงินลงทุนในส่วนที่ไม่ได้ลงทุนในกองทุนย่อยต่างประเทศบางส่วน หรือทั้งหมดให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีรายชื่ออยู่ตามหลักฐานที่ปรากฏในทะเบียนผู้ถือหน่วยลงทุนของวันที่ชำระค่าขายคืนหน่วยลงทุนนั้น โดยจะไม่เกินจำนวนเงินสดที่กองทุนมีอยู่ ณ ขณะนั้น ตามสัดส่วนจำนวนหน่วยลงทุนที่ผู้ถือหน่วยลงทุนถือต่อจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ซึ่งจะใช้มูลค่าหน่วยลงทุนที่คำนวณได้เมื่อสิ้นวันทำการขายคืนหน่วยลงทุนนั้นเป็นเกณฑ์ในการคำนวณ ทั้งนี้ ผู้ถือหน่วยลงทุนอาจไม่ได้รับเงินตามมูลค่าหน่วยลงทุนอันเนื่องมาจากมูลค่าหน่วยลงทุนนั้นอาจจะต้องถูกหักด้วยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น เช่น ค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกิดขึ้นจริงจากการดำเนินงานดังกล่าว เป็นต้น

ทั้งนี้ หากภายใน 1 ปีแรกนับตั้งแต่วันจดทะเบียนกองทุน กองทุนย่อยไม่มีการเรียกเงินลงทุนทั้งหมดจากกองทุนไทย บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเลิกกองทุน และชำระค่าขายคืนหน่วยลงทุนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน

รายละเอียดกองทุนต่างประเทศที่ลงทุน

กองทุนที่จะลงทุน คือ Principal European Core Feeder Fund C1 S.C.A., SICAV-RAIF (กองทุนย่อย) มีรายละเอียดต่อไปนี้

ชื่อกองทุนย่อย : Principal European Core Feeder Fund C1 S.C.A., SICAV-RAIF

ชื่อกองทุนหลัก : Principal European Core Fund SCSp

ชื่อกองทุน Aggregator : Principal European Core Fund Aggregator SCSp

โดยกองทุนจะลงทุนผ่านกองทุนย่อยเพื่อลงทุนในกองทุนหลักชื่อ Principal European Core Fund SCSp และกองทุนหลักจะทำการลงทุนผ่านกองทุน Principal European Core Fund Aggregator SCSp (Aggregator)

ประเภท : Private Real Estate

อายุโครงการ : ไม่กำหนด

วันจัดตั้งกองทุน : 28 เมษายน 2560

ประเทศที่จดทะเบียนจัดตั้ง : ลักเซมเบอร์ก

สกุลเงินของกองทุน : EUR

การจ่ายปันผล : พิจารณาจ่ายเป็นรายไตรมาส

หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดชอบ (General Partner) : PECF (GP) S.à r.l.

ผู้บริหารกองทุน (Management Company) : Principal Real Estate SAS

ผู้เก็บรักษาทรัพย์สินของกองทุน : Hauck & Aufhäuser Privatbankiers AG, Niederlassung Luxenburg

นโยบายการลงทุน : กองทุนมีวัตถุประสงค์ในการลงทุนคือ

- สร้างพอร์ตการลงทุนที่มีคุณภาพสูงเป็นหลักสำคัญ มีการกระจายการลงทุนในทวีปยุโรปในอสังหาริมทรัพย์ ประเภทสำนักงาน กลุ่มค้าปลีก และอุตสาหกรรมหรือโลจิสติกส์

- ลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีสภาพคล่อง สามารถสร้างผลตอบแทนโดยใช้กลยุทธ์การลงทุนเชิงรุก (Active Asset Management Strategies)

- เปิดโอกาสลงทุนในกลุ่มสินทรัพย์ประเภทพิเศษ ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานทางสังคม (social infrastructure) ในกลุ่มการดูแลสุขภาพ (healthcare), ที่พักนักเรียนนักศึกษา, ที่พักอาศัย อีกทั้งยังลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับประโยชน์จากแนวโน้มการลงทุนด้านประชากร, โครงสร้างพื้นฐาน, โลกาภิวัฒน์, นวัตกรรม และเทคโนโลยี

- ใช้ประโยชน์ในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์มของ Principal Europe ในการเข้าถึงตลาดยุโรปที่สำคัญ สามารถระบุแนวโน้มเชิงกลยุทธ์ และการลงทุนในทรัพย์สินที่มีความน่าสนใจที่มีมูลค่าทางการตลาดที่เหมาะสมและมีรายได้ที่ยั่งยืนในระยะยาว

- ใช้ประโยชน์จากการกู้ยืมในระดับปานกลางเพื่อเพิ่มผลตอบแทน และกระจายการลงทุน

โดยผู้จัดการกองทุนเชื่อว่าการลงทุนในกองทุนจะมอบโอกาสในการได้รับประโยชน์จากการลงทุนในเชิงกลยุทธ์ ซึ่งรวมถึง การระจายการลงทุนของกองทุน, ผลตอบแทนเป้าหมายที่สม่ำเสมอและผันผวนต่ำ และป้องกันความเสี่ยงบางส่วนกับภาวะเงินเฟ้อ

กองทุนจะลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบดั้งเดิม 3 ประเภทคือ อาคารสำนักงาน กลุ่มค้าปลีก และอุตสาหกรรมหรือโลจิสติกส์ ทั้งนี้ หากกองทุน Aggregator มี GAV (Gross Asset Value) มากกว่า 750 ล้านยูโรขึ้นไป กองทุนอาจลงทุนได้ถึง 20% ของ GAV (Gross Asset Value) ในสินทรัพย์ประเภทพิเศษ เช่น กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานทางสังคม (กลุ่มการดูแลสุขภาพ (healthcare) ที่พักนักเรียนนักศึกษา ที่พักอาศัย) เพื่อสร้างความสมดุลกับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบดั้งเดิมได้

อสังหาริมทรัพย์ที่กองทุน Aggregator ไปลงทุนจะมีภาระผูกพันจากการกู้ยืมไม่เกิน 60% ของ GAV โดยเมื่อคำนวณภาระผูกพันจากการกู้ยืมของอสังหาริทรัพย์ทั้งหมดในพอร์ตการลงทุนจะไม่เกิน 40% ของ GAV เพื่อให้บรรลุผลตอบแทนตามเป้าหมายของกองทุน

การสั่งซื้อหน่วยลงทุน :

การระดมทุนและแจ้งความประสงค์ในการลงทุน (Commitment) : ผู้สนใจลงทุนจะต้องแจ้งความประสงค์และจำนวนเงินที่ต้องการลงทุน (Commitment) โดยบริษัทจัดการจะมีการเรียกเงินลงทุน (Capital Call) และเบิกถอนเงินเพื่อไปลงทุน (drawdown) ตามคิวที่ได้มีการแจ้งความประสงค์ไว้ (Deposit Queue)

สำหรับการเรียกเงินลงทุน (Capital Call) ผู้ที่แจ้งความประสงค์ไว้ในเดือนเดียวกันจะได้ลำดับคิวที่เท่ากัน อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการอาจมีการยกเว้นหรือเปลี่ยนแปลงขั้นตอนดังกล่าวได้ เช่น หยุดการเบิกถอนเงินเพื่อไปลงทุน (drawndown) ได้เพื่อรองรับการนำเงินปันผลไปลงทุนใหม่ (reinvestment) และ/หรือเพื่อรองรับการระดมทุนเพิ่มเติมจาก ผู้ลงทุนปัจจุบัน (หรือผู้สนใจลงทุนที่ได้รับการแนะนำจากผู้ลงทุนปัจจุบัน หรือผู้ลงทุนที่มีความเกี่ยวข้อง) และ/หรือเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ลงทุน (ในส่วนที่เกี่ยวกับข้อกฏหมาย ข้อบังคับทางภาษี หรือข้อจำกัดอื่น)

ในกรณีที่การเบิกถอนเงินเพื่อไปลงทุน (drawndown) จากผู้ลงทุนไม่สำเร็จ บริษัทจัดการอาจยกเลิกความประสงค์ (Commitment) ที่ได้แจ้งไว้แล้วของผู้ลงทุนรายนั้น หรือย้ายการแจ้งความประสงค์ (Commitment) ดังกล่าวไปเป็นลำดับคิวสุดท้ายได้

การเบิกถอนเพื่อการลงทุน/การออกหน่วยลงทุน (Drawdowns/Unit Issuance): บริษัทจัดการจะจะแจ้งเพื่อเรียกเงินลงทุนล่วงหน้าอย่างน้อย 10 วันทำการก่อนวันลงทุน โดยพิจารณาจากลำดับคิว

ในส่วนของหนังสือการแจ้งเรียกเงินลงทุนจะถูกออกให้กับผู้ลงทุนที่มีอยู่ที่ได้แจ้งความประสงค์เข้ามาตามลำดับคิว และแบ่งตามสัดส่วนโดย เงินที่เรียกไปลงทุนอาจจะน้อยกว่าเงินที่ยังไม่ได้ถูกเรียกลงทุน

ผู้ลงทุนจะได้ราคาหน่วยลงทุน (NAV) ณ วันที่มีการชำระเงินลงทุน และรับหน่วยลงทุน ณ วันที่ภายหลังวันที่มีการชำระเงินลงทุน โดยราคาหน่วยลงทุน (NAV) จะออกภายใน 15 วันทำการหลังจากวันที่มีการลงทุน

การยกเลิกความประสงค์ในการลงทุนตามที่ได้แจ้งไว้ (Cancellation of Undrawn Commitments): หากยังไม่มีการเบิกถอนเงินเพื่อการลงทุน (drawndown) ในช่วงระยะเวลา 6 เดือนแรกนับจากที่ได้แจ้งความประสงค์ในการลงทุน (Commitment) ผู้ลงทุนไม่สามารถแจ้งยกเลิกความประสงค์ในการลงทุนได้ หลังจากนั้น หากผู้ลงทุนต้องการยกเลิกความประสงค์ในการลงทุนตามที่ได้แจ้งไว้ ผู้ลงทุนสามารถจะต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน อย่างไรก็ตามในช่วงระยะเวลาดังกล่าวความประสงค์ในการลงทุนดังกล่าวจะยังคงมีภาระผูกพันจะกว่าจะครบกำหนดระยะเวลาที่มีการแจ้งยกเลิก

การขายคืนหน่วยลงทุน :

วันทำการสุดท้ายของแต่ละไตรมาส (มี.ค., มิ.ย., ก.ย., ธ.ค.) โดยผู้ลงทุนจะต้องแจ้งความประสงค์ในการขายคืนหน่วยลงทุนล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือน อย่างไรก็ตามระยะเวลาดังกล่าวอาจขยายไปถึง 12 เดือนอันเนื่องจากสภาพคล่องของกองทุน หรือความจำเป็นในการชำระค่าใช้จ่ายของกองทุน (รวมถึงการชำระหนี้ของกองทุน) ทั้งนี้ ผู้ลงทุนจะได้รับราคาขายคืนหน่วยลงทุน ณ วันทำการขายคืนหน่วยลงทุน

กองทุน Aggregator มีการจำกัดการไถ่ถอนหน่วยลงทุนในรอบ 12 เดือนย้อนหลังไม่เกิน 10% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (Redemption Gate) โดย

- การขายคืนหน่วยลงทุนตามที่ได้มีคำสั่งไว้ที่เกินกว่า 10% ของมูลค่ารวมของหน่วยลงทุนจะถูกปรับไปที่ 10% ของมูลค่ารวมของหน่วยลงทุนและบริษัทจัดการจะชำระค่าขายคืนหน่วยลงทุนให้ผู้ลงทุนโดยเฉลี่ยตามสัดส่วนของผู้ลงทุนที่ได้มีคำสั่งไว้ (pro rata)

- การขายคืนหน่วยลงทุนส่วนเกินที่ยังไม่ได้ชำระจะถูกจัดลำดับคิว และลำดับความสำคัญเหนือคำสั่งขายคืนในรอบถัดไป

หากกองทุน Aggregator มีคำสั่งขายคืนสะสมซึ่งคิดเป็น 50% หรือมากว่าของมูลค่ารวมของหน่วยลงทุนอาจมีการประชุมผู้ลงทุนเพื่อพิจารณายกเลิกกองทุนโดยจะต้องได้รับยินยอมจากผู้ลงทุนอย่างน้อย 2 ใน 3 ของจำนวนหน่วยลงทุน ทั้งนี้ หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) ในความร่วมมือของบริษัทจัดการ อาจมีการเรียกร้องให้ผู้ลงทุนยอมมอบหรือไถ่ถอนหน่วยลงทุนของตนเองออกเมื่อใดก็ได้ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ โดยอาจมีหรือไม่มีการแจ้งล่วงหน้า

ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนรวม

ค่าธรรมเนียมการขายคืน : หากผู้ลงทุนดำเนินการขายคืนหน่วยลงทุนภายใน 5 ปีแรกจะมีค่าธรรมเนียมการขายคืนหน่วยลงทุน (Early Redempiton Charge) ดังนี้

ปีที่ 1 อัตราค่าธรรมเนียม 5%

ปีที่ 2 อัตราค่าธรรมเนียม 4%

ปีที่ 3 อัตราค่าธรรมเนียม 3%

ปีที่ 4 อัตราค่าธรรมเนียม 2%

ปีที่ 5 อัตราค่าธรรมเนียม 1%

ตั้งแต่ปีที่ 6 เป็นต้นไป ไม่มี

Management Fee : 1.10% ต่อปี

Development Fee : 0.5% ของต้นทุนการพัฒนาทั้งหมดของโครงการ เช่น ค่าก่อสร้าง/ปรับปรุงและ/หรือพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ค่าที่ดิน เป็นต้น โดยจะเรียกเก็บสำหรับโครงการที่มีมูลค่าการพัฒนาเท่ากับหรือมากกว่า 1 ล้านยูโรเท่านั้น

ตัวชี้วัด (benchmark) : ไม่มี

การประกาศมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (NAV) : Knight Frank Valuation and Advisory GmbH & Co. KG. ได้รับการแต่งตั้งจากบริษัทจัดการให้เป็นผู้ประเมินมูลค่าของการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (GAV : Gross Asst Value) เป็นรายไตรมาส และคำนวณมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV : Net Asset Value) หลังจากสิ้นสุดของแต่ละไตรมาส และประกาศภายใน 45 วัน ทั้งนี้ หากเกิดกรณีมีเหตุไม่ปกติ ก็จะมีการประเมินมูลค่าและคำนวณ GAV อสังหาริมทรัพย์ และ NAV ของกองทุนใหม่ได้

ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องของกองทุนต่างประเทศ

ความเสี่ยงด้านอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป (General Real Estate Risks)

โดยทั่วไปบริษัทจัดการจะลงทุนในนามของกองทุนซึ่งจะมีส่วนได้ส่วนเสียในอสังหาริมทรัพย์ ดังนั้นการลงทุนจะอยู่ภายใต้ ความเสี่ยงจากความเป็นเจ้าของ การดำเนินงานของธุรกิจและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ ความเสี่ยงจากการกู้ยืมเงิน การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโดยทั่วไป การเปลี่ยนแปลงตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวมในระดับ สภาพท้องถิ่น ระดับประเทศ หรือระดับสากล (เช่น อุปทานพื้นที่มากเกินไปหรือความต้องการพื้นที่ลดลง) คุณภาพและปรัชญาของการจัดการ การแข่งขันด้านอัตราค่าเช่า และที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพทางการเงินของผู้เช่า ผู้ซื้อและผู้ขายอสังหาริมทรัพย์ การเปลี่ยนแปลงต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ความสูญเสียที่ไม่มีประกันหรือความล่าช้าจากการบาดเจ็บล้มตายหรือ การลงโทษ การเปลี่ยนแปลงกฎหมายที่บังคับใช้หรือข้อบังคับของรัฐบาล (รวมถึงการควบคุมการใช้งาน การปรับปรุง และการแบ่งเขต) นโยบายการคลัง ความพร้อมของเงินทุน ดอกเบี้ย ความรับผิดต่อสิ่งแวดล้อม ภาระผูกพันที่อาจเกิดขึ้น เช่น การซื้อหุ้นส่วนที่มีปัญหาหรือการได้รับผลประโยชน์ในนิติบุคคลที่เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น การก่อการร้าย การหยุดทำงาน การขาดแคลนแรงงาน ความสัมพันธ์และสัญญาของสหภาพแรงงาน และการจัดหาแรงงาน และ/หรือปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับแรงงาน ปัจจัยอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัทจัดการ กองทุน และบริษัทในเครือที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ กองทุนยังจะมีความเสี่ยงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและการก่อสร้างหรือการปรับปรุงอสังหาริมทรัพย์โดยทั่วไป เช่น ความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นในการได้มาหรือไม่สามารถได้รับสิทธิ์ที่จำเป็นจากการอนุมัติจากรัฐบาลในการพัฒนาและสร้างหรือปรับปรุงอสังหาริมทรัพย์ตามข้อเสนอ แผนงาน ความล่าช้าในการก่อสร้าง ค่าใช้จ่ายสูง การหยุดงาน การขาดแคลนแรงงาน การนัดหยุดงาน ความสัมพันธ์และสัญญาของสหภาพแรงงาน ราคาและอุปทานแรงงานที่ผันผวน และหรือปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับแรงงาน นอกจากนี้ ทรัพย์สินจะอยู่ภายใต้ความเสี่ยงอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของกองทุน บริษัทจัดการ และบริษัทในเครือที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะมีผู้เช่าทรัพย์สินของกองทุนรวมอยู่ด้วย

ความเสี่ยงด้านสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองที่ไม่แน่นอน สภาวะตลาด Uncertain Economic, Social and Political Environment; Market Conditions)

อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์โดยทั่วไปและความสำเร็จของกิจกรรมการลงทุนของกองทุนจะได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจและสภาพตลาดโดยทั่วไป เช่น อัตราดอกเบี้ย ความพร้อมของสินเชื่อ การผิดนัดชำระหนี้ อัตราเงินเฟ้อ ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง (รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเก็บภาษีจากการลงทุนของกองทุน) อุปสรรคทางการค้า การควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินตรา สถานการณ์ทางการเมือง สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคมระดับประเทศและประเทศที่กองทุนอาจลงทุน ปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อระดับและความผันผวนของราคาหลักทรัพย์และสภาพคล่องของการลงทุนของกองทุน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรหรือขาดทุนของกองทุนได้ นอกจากนี้ ความผันผวนทั่วไปของราคาตลาดของหลักทรัพย์และอัตราดอกเบี้ยอาจส่งผลต่อโอกาสในการลงทุนของกองทุนและมูลค่าเงินลงทุนของกองทุน สภาพทางการเงินของกองทุนอาจได้รับผลกระทบในทางลบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำโดยทั่วไป ทำให้กองทุนเผชิญกับความเสี่ยงทางกฎหมาย กฎระเบียบ ชื่อเสียง และความเสี่ยงอื่นๆ ที่ไม่คาดฝันที่อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อธุรกิจและการดำเนินงาน ภาวะถดถอย การชะลอตัว และ/หรือภาวะถดถอยอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจโลกหรือตลาดอสังหาริมทรัพย์ในยุโรป (หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของตลาดดังกล่าว) หรือความอ่อนแอของตลาดสินเชื่อ (รวมถึงความเสี่ยงจากการผิดสัญญาของคู่สัญญาที่เพิ่มขึ้น) จะมีผลกระทบอย่างเด่นชัดต่อกองทุนและ อาจส่งผลกระทบในทางลบต่อการทำกำไรของกองทุน เป็นอุปสรรคต่อความสามารถในการดำเนินการของบริษัทในพอร์ตของกองทุนหรือการรีไฟแนนซ์ภาระผูกพันที่มีอยู่ และลดความสามารถของกองทุนในการใช้เงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อความพร้อมการให้สินเชื่อแก่ธุรกิจโดยทั่วไป ซึ่งอาจส่งผลกระทบในทางลบต่อธุรกิจและการดำเนินงานของกองทุน ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากสภาวะที่ยากลำบากในตลาดทุนและการอ่อนตัวของภาคอุตสาหกรรมบริการทางการเงิน ตลาดสินเชื่อที่ชะลอตัวลงอาจส่งผลกระทบในทางลบต่อภาระผูกพันในการระดมทุนของกองทุน และกองทุนอาจได้รับผลกระทบในทางลบอื่น ๆ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อธุรกิจที่กองทุนลงทุน จำกัดกิจกรรมการลงทุนของกองทุน และเป็นอุปสรรคความสามารถของกองทุนในการบรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ปัญหาเศรษฐกิจในบางประเทศอาจส่งผลกระทบกับตลาดและเศรษฐกิจอื่นๆ มากขึ้น ความต่อเนื่องของแนวโน้มนี้อาจส่งผลเสียต่อภาวะเศรษฐกิจโลกและตลาดโลก และอาจส่งผลเสียต่อผลการดำเนินงานของกองทุนรวม เหตุการณ์ใดๆ ที่กล่าวมาข้างต้นอาจส่งผลให้เกิดการสูญเสียจำนวนมากหรือทั้งหมดต่อกองทุนในส่วนที่เกี่ยวกับการลงทุนบางอย่าง ซึ่งความสูญเสียมีแนวโน้มที่จะรุนแรงขึ้นจากการมีการกู้ยืมในโครงสร้างเงินทุนของกองทุน

ข้อความในส่วนกองทุนหลักได้ถูกเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญซึ่งแปลมาจากฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้นกรณีที่มีความไม่สอดคล้องหรือแตกต่างกับทางต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์

อนึ่ง กองทุนหลักอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนหลักได้ หรือในกรณีที่กองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลต่างๆ หรือมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไข/เพิ่มเติม/เปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลักโดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบตามที่ประกาศสำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ หากข้อมูลที่มีการแก้ไขไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจัดการจะทำการแก้ไขข้อมูลและแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ และเว็บไซด์ของบริษัทจัดการ

ความเสี่ยงจากสถิติย้อนหลัง

ขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง
ไม่มีข้อมูล
ระยะเวลาฟื้นตัว
ไม่มีข้อมูล
สัดส่วนป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
ไม่มีข้อมูล

ยังไม่มีข้อมูลจาก SEC สำหรับชนิดหน่วยนี้

ขาดทุนสูงสุดเป็นช่วง 5 ปีย้อนหลัง หรือตั้งแต่จัดตั้งสำหรับกองอายุไม่ถึง 5 ปี ตาม Factsheet ของ บลจ. สัดส่วนป้องกันค่าเงินเป็นข้อมูลของงวดที่รายงาน ไม่มีข้อมูลไม่ถือว่าไม่มีการป้องกันค่าเงิน

ข้อมูลโครงการอัปเดตต้นทาง 2026-10-18 15:33:39.170000 · ความเสี่ยงงวด ไม่มีข้อมูล · นโยบายปันผลงวด ไม่มีข้อมูล

เงื่อนไขซื้อขาย

เงินลงทุนขั้นต่ำ

ซื้อขั้นต่ำครั้งแรก
ไม่มีข้อมูล
ซื้อขั้นต่ำครั้งถัดไป
ไม่มีข้อมูล
ขายคืนขั้นต่ำ
ไม่มีข้อมูล
ยอดคงเหลือขั้นต่ำ
ไม่มีข้อมูล

ยังไม่มีข้อมูลจาก SEC สำหรับชนิดหน่วยนี้

วันรับคำสั่งและรับเงินขายคืน

วันรับคำสั่งซื้อ
ไม่มีข้อมูล
วันรับคำสั่งขายคืน
ไม่มีข้อมูล
ระยะเวลารับเงินขายคืน
ไม่มีข้อมูล
คำสั่งซื้อ: ไม่มีข้อมูล · คำสั่งขายคืน: ไม่มีข้อมูล · วันที่ Factsheet มีผล

เงื่อนไขของชนิดหน่วยตาม Factsheet ไม่ใช่การยืนยันว่าซื้อขายได้วันนี้ ค่าขั้นต่ำ 0 เป็นค่าที่ต้นทางรายงาน ตรวจเวลาตัดรอบ วันหยุด และเงื่อนไขของช่องทางซื้อขายกับ บลจ.

ผลตอบแทนจาก NAV

Price return ที่ SabuyFunds คำนวณ · ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียมผู้ลงทุน และภาษี

ช่วงสะสม (%)ต่อปี (%)วันเริ่มจริงวันสิ้นสุดจริง
1Mไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
3Mไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
6Mไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
YTDไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
1Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
3Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
5Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
10Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล

ไม่มีข้อมูล = ประวัติไม่พอ · ต่อปีแสดงเฉพาะช่วงจริงอย่างน้อย 365 วัน

สถานะผลตอบแทนจากต้นทาง

ยังไม่แสดงตัวเลขต้นทางเป็นผลตอบแทนที่ยืนยันแล้ว ต้องตรวจวิธีใน Factsheet ให้ตรง metric และหน่วยก่อน

ไม่มีข้อมูล

Total return: ยังไม่รองรับใน Phase 1 · อ่านสูตรทั้งหมด

ค่าธรรมเนียม

ไม่มีข้อมูล

อัตราและหน่วยตามรายการต้นทาง ตรวจฐานการคิด VAT และอัตราสูงสุดใน Factsheet ก่อนใช้

เงินปันผลย้อนหลัง

ยังไม่มีประวัติปันผลสำหรับแสดงกราฟ

ยังไม่มีประวัติปันผลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อมอยู่

แสดงวัน XD และวันปิดสมุดทะเบียนตามที่ต้นทางระบุ วันที่ตามประวัติใช้เมื่อแหล่งข้อมูลไม่ระบุประเภทวัน จึงไม่ถือเป็นวัน XD หรือวันจ่าย ไม่มีข้อมูลไม่ได้แปลว่าไม่เคยจ่ายปันผล วันที่จ่ายในอนาคตเป็นกำหนดตามประกาศ รายการเดียวกันเลือกข้อมูล บลจ. แล้ว SEC แล้ว Settrade ตามลำดับ

สัดส่วนสินทรัพย์และหลักทรัพย์

ประเภทสินทรัพย์

Factsheet

SEC asset-allocation

ไม่มีข้อมูลสัดส่วนประเภทสินทรัพย์จาก Factsheet

พอร์ตรายเดือน

SEC portfolio-asset-type

ไม่มีข้อมูลสัดส่วนประเภทสินทรัพย์ในพอร์ตรายเดือน

หลักทรัพย์ 5 อันดับ

รายการจาก SEC top5-holdings

ไม่มีข้อมูล

ข้อมูลระดับกองทุนร่วมกันทุกชนิดหน่วยลงทุน · แหล่ง sec · Factsheet จาก asset-allocation · พอร์ตรายเดือนจาก portfolio-asset-type · หลักทรัพย์จาก top5-holdings