ตราสารทุนจดทะเบียนไม่มีข้อมูล

LHCRITMAT กองทุนเปิด แอล เอช คริทิคัล แมททีเรียลส์

LH CRITICAL MATERIALS FUND · บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด

กำลังเติมประวัติ NAV บางช่วงอาจยังมีข้อมูลไม่ครบ

NAV ย้อนหลัง

บาทต่อหน่วย
ไม่มีข้อมูลกราฟในช่วงนี้

ประวัติไม่พอสำหรับช่วงที่เลือก

กราฟนี้แสดง NAV ไม่ใช่ Total return ที่นำปันผลลงทุนต่อ

แหล่งข้อมูล: SEC Open Data · วันที่ NAV: 14 ต.ค. 2569 · ดึงข้อมูล: 2026-10-17 03:20:41.205000 UTC

ภาพรวมกองทุน

ประเภทสินทรัพย์
ตราสารทุน
ความเสี่ยง
สูง · ระดับ 7
นโยบายปันผล
ไม่มีนโยบายปันผล
สิทธิภาษี
ไม่มีข้อมูล

ดัชนีชี้วัด (Benchmark)

ผลการดำเนินงานของกองทุนรวมหลัก · งวด 6 ต.ค. 2569

นโยบายการลงทุน

กองทุนมีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ (หรือ “กองทุนหลัก (Master fund)”) เพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งกองทุนไทยจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Sprott Critical Materials ETF (“กองทุนหลัก”) สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq ประเทศสหรัฐอเมริกา เพียงตลาดหลักทรัพย์เดียว จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศสหรัฐอเมริกา (USA) โดยกองทุนบริหารจัดการลงทุน และมีที่ปรึกษาการลงทุนหลักคือ Sprott Asset Management USA, Inc. (“Adviser”) โดยรับผิดชอบในบริหารจัดการกองทุนในแต่ละวัน และมี ALPS Advisors, Inc. (“Sub-Adviser”) เป็นที่ปรึกษาการลงทุนย่อย รับผิดชอบเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ของกองทุน ภายใต้สัญญาการจัดการลงทุนย่อย (Sub-Advisory Agreement) โดยทั้งกองทุนหลักและที่ปรึกษาการลงทุนอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ U.S. Securities and Exchange Commission (SEC) ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ International Organization of Securities Commissions (IOSCO) ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในต่างประเทศซึ่งจะส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน หรือตามอัตราส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด

กองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมแร่และวัตถุดิบสำคัญ (Critical Materials) ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการผลิต การส่งผ่าน และการกักเก็บพลังงาน เพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นในอนาคต โดยครอบคลุมการลงทุนในแร่และโลหะสำคัญ ได้แก่ ยูเรเนียม ทองแดง ลิเทียม นิกเกิล โคบอลต์ กราไฟต์ แมงกานีส แร่หายาก (Rare Earths) และเงิน ทั้งนี้ กองทุนมีวัตถุประสงค์สร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลการดำเนินงานของดัชนี Nasdaq Sprott Critical Materials Index (“ดัชนีอ้างอิง”) โดยดัชนีดังกล่าวได้รับการออกแบบเพื่อสะท้อนผลการดำเนินงานของหลักทรัพย์ทั่วโลกที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมแร่และวัตถุดิบสำคัญดังกล่าวโดยเฉพาะ

สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือกองทุนไทยอาจพิจารณาลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอีทีเอฟที่มีการบริหารจัดการกองทุนในลักษณะ inverse management เพื่อบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนของกองทุนรวมเท่านั้น (portfolio management) และจะพิจารณาลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ในตราสารหนี้ที่มีลักษณะคล้ายเงินฝาก เงินฝาก ตราสารหนี้ ตราสารทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ใบสำคัญแสดงสิทธิ รวมถึงหลักทรัพย์ และ/หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่ระบุไว้ในโครงการ และ/หรือตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือ สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ

อ่านนโยบายส่วนที่เหลือจากต้นทาง

กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยน (Foreign Exchange Rate Risk) ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (ระหว่างร้อยละ 0 – 105 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ) โดยในการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาจากสภาวะของตลาดการเงินในขณะนั้น และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเมือง การเงินและการคลัง เป็นต้น เพื่อคาดการณ์ทิศทางแนวโน้มของค่าเงิน ในกรณีที่คาดการณ์ว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) มีแนวโน้มอ่อนค่าลง ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในสัดส่วนที่ค่อนข้างมาก แต่หากในกรณีที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ หรืออาจลงทุนในสัดส่วนน้อย อย่างไรก็ตามหากผู้จัดการกองทุนพิจารณาว่าการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอาจไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน หรือทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์ที่อาจได้รับ ผู้จัดการกองทุนอาจไม่ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนก็ได้ นอกจากนี้การทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงดังกล่าวอาจมีต้นทุนซึ่งทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากการลงทุนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยมีสินทรัพย์อ้างอิง (Underlying) เป็นตราสารทุน หรืออัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งการใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเสี่ยงหรือความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นจากการลงทุนของกองทุน

โดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาจะมีสินทรัพย์อ้างอิง ได้แก่ ตราสารทุน อัตราแลกเปลี่ยนเงิน หากเกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อสัญญาหรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระภาระผูกพันได้ตามกำหนดเวลา อาจทำให้กองทุนไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่คาดหวัง หรือขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิง รวมถึงพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทำธุรกรรมและติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยกองทุนจะเน้นทำธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade)

กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ กองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) และกองทุนปลายทางสามารถลงทุนต่อในกองทุนอื่นภายใต้ บลจ. เดียวกันไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด ทั้งนี้ การลงมติใช้สิทธิออกเสียงกรณีกองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการนี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด โดยห้ามมิให้กองทุนต้นทางลงมติให้กองทุนปลายทาง

นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) และหลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) รวมถึงอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending) หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) และ/หรือ ทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่ระบุไว้ในโครงการ และ/หรือ ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือ สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ

ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในกองทุนปลายทางไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง หากปรากฎว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางที่กองทุนรวมไปลงทุนมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง ดังต่อไปนี้

1. มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง หรือ

2. ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง

บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ประกาศกำหนด ดังนี้

การดำเนินการ

ระยะเวลาดำเนินการ

1. แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของบริษัทจัดการ ให้สำนักงาน ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบ (แนวทางการดำเนินการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม)

ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ

2. เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม ข้อ 1. ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย)

พร้อม ข้อ 1.

3. ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม ข้อ 1.ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ4. รายงานผลการดำเนินการตาม ข้อ 3. ให้สำนักงาน ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตาม ข้อ 3. แล้วเสร็จ

ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนจะไม่นับช่วงระยะเวลา ดังนี้

ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม

ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม

ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ

ทั้งนี้ การคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ

สรุปสาระสำคัญของกองทุนหลัก

ชื่อกองทุนกองทุน Sprott Critical Materials ETF (“กองทุนหลัก”) (ซึ่งเดิมใช้ชื่อว่า “Sprott Energy Transition Materials ETF”)ประเภทกองทุนรวมอีทีเอฟ (Exchange Traded Fund) ที่เป็นกองทุนประเภท Non-Diversified Fund หน่วยงานต่างประเทศที่กำกับดูแลด้านหลักทรัพย์กองทุนอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ U.S. Securities and Exchange Commission (SEC) ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ International Organization of Securities Commissions (IOSCO)ตลาดซื้อขายหลักทรัพย์Nasdaqชนิดหน่วยลงทุนที่ลงทุนไม่มีวันที่จัดตั้งกองทุน 1 กุมภาพันธ์ 2566วัตถุประสงค์กองทุนมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทน ก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของกองทุน ให้ใกล้เคียงกับผลการดำเนินงานของดัชนี Nasdaq Sprott Critical Materials Index (“ดัชนีอ้างอิง”) นโยบายและกลยุทธ์การลงทุน

กลยุทธ์การบริหารจัดการกองทุน :

ภายใต้ภาวะปกติ กองทุนมีนโยบายลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ รวมถึงเงินกู้ยืมเพื่อการลงทุน (ถ้ามี) ในหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี Nasdaq Sprott Critical Materials Index (“ดัชนีอ้างอิง”) โดยดัชนีดังกล่าวออกแบบมาเพื่อสะท้อนผลการดำเนินงานของบริษัทที่มีรายได้ และ/หรือสินทรัพย์อย่างน้อยร้อยละ 50 จากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมแร่และวัตถุดิบสำคัญ (Critical Materials) ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการผลิต การส่งผ่าน และการกักเก็บพลังงาน เพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นในอนาคต ได้แก่ (1) บริษัทที่ทำการสำรวจ การพัฒนา การทำเหมือง การผลิต การรีไซเคิล การถลุง หรือการแปรรูป (2) บริษัทที่ลงทุนในอุตสาหกรรมแร่และวัตถุดิบสำคัญดังกล่าวโดยตรง (3) บริษัทที่ได้รับรายได้จากค่าสิทธิ (royalty) ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมแร่และวัตถุดิบสำคัญ หรือ (4) บริษัทที่ดำเนินธุรกิจในการสนับสนุน การจัดหาแร่และวัตถุดิบสำคัญ ทั้งนี้ ดัชนีอ้างอิงดังกล่าวโดยทั่วไปประกอบด้วยหลักทรัพย์ประมาณ 90–120 บริษัท

การลงทุนในทรัพย์สินอื่น :

กองทุนอาจลงทุนในทรัสต์ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นหลักทรัพย์ที่อยู่ในองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิงดังกล่าว โดยการลงทุนดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การบริหารกองทุนเพื่อให้สอดคล้องกับองค์ประกอบและผลการดำเนินงานของดัชนีอ้างอิงมากที่สุด

กองทุนมีนโยบายการบริหารแบบเชิงรับ (Passive Management) ที่มุ่งสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลการดำเนินงานของดัชนีอ้างอิง โดยผู้จัดการกองทุนจะใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ Replication Methodology เป็นหลัก โดยจะลงทุนในหลักทรัพย์ทั้งหมดที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิงตามสัดส่วนที่กำหนด อย่างไรก็ดี ในบางขณะกองทุนอาจใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ Sampling Strategy เพื่อทำการคัดเลือกหลักทรัพย์เพียงบางส่วนขององค์ประกอบดัชนีอ้างอิง

ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนคาดว่าหากกองทุนมีขนาดทรัพย์สินที่เพียงพอในระยะยาว ผลการดำเนินงานของกองทุนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย จะมีค่าสหสัมพันธ์ (Correlation) กับผลการดำเนินงานของดัชนีอ้างอิงไม่น้อยกว่า 95% (โดยค่าสหสัมพันธ์ที่ 100% หมายถึง ผลการดำเนินงานของกองทุนเคลื่อนไหวสอดคล้องกับผลการดำเนินงานของดัชนีอ้างอิงอย่างสมบูรณ์

กองทุนมีลักษณะที่เป็นกองทุนประเภท Non-Diversified Fund จึงอาจลงทุนในหลักทรัพย์ของผู้ออกหลักทรัพย์รายใดรายหนึ่งในสัดส่วนที่สูงกว่ากองทุนที่มีการกระจายการลงทุน (Diversified Fund) นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่ไม่ได้เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง ไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

กองทุนอาจลงทุนกระจุกตัวในอุตสาหกรรมหรือกลุ่มอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง (เกินกว่าร้อยละ 25 ของมูลค่าทรัพย์สินรวม) ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับการกระจุกตัวของดัชนีอ้างอิง โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ดัชนีอ้างอิงมีการกระจุกตัวของการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมแร่และโลหะ (Metals & Mining Industry) เป็นหลัก นอกจากนี้ ในการบริหารกองทุนเพื่อให้สอดคล้องกับดัชนีอ้างอิง กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทที่อยู่ในภาคธุรกิจ (Sector) หนึ่งหรือหลายภาคธุรกิจในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญเป็นครั้งคราว ทั้งนี้ กองทุนอาจเข้าทำธุรกรรมให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Lending) ได้

สกุลเงิน (Currency)ดอลลาร์สหรัฐฯ (US Dollar)วันทำการซื้อขายหน่วยลงทุนทุกวันทำการการจ่ายเงินปันผล

ปีละ 1 ครั้ง*

หมายเหตุ: *กองทุนมีนโยบายจ่ายเงินปันผลจากรายได้ (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นรายปี ทั้งนี้ กองทุนอาจพิจารณาจ่ายเงินปันผลในความถี่มากกว่าปีละ 1 ครั้งได้ตามความเหมาะสม

ค่าธรรมเนียม

Management fee

(include fees to Sub-Adviser)

Total Expense Ratio

(include fees to Sub-Adviser)

ร้อยละ 0.65 ต่อปี

(รวมค่าธรรมเนียมที่ปรึกษาการลงทุนย่อยแล้ว)

ร้อยละ 0.65 ต่อปี

(รวมค่าธรรมเนียมที่ปรึกษาการลงทุนย่อยแล้ว)

ที่ปรึกษาการลงทุน (Adviser)Sprott Asset Management USA, Inc.ที่ปรึกษาการลงทุนย่อย(Sub-Adviser)ALPS Advisors, Inc. Transfer Agent and / CustodianState Street Bank and Trust Company (“SSB”)AdministratorALPS Fund Services, Inc. (“ALPS Fund Services”)AuditorErnst & Young LLPดัชนีชี้วัด (Benchmark)

ดัชนี Nasdaq Sprott Critical Materials Index (NSETM) (“ดัชนีอ้างอิง”) ดัชนีอ้างอิงได้รับการจัดทำโดย Nasdaq, Inc. (“Index Provider”) ดังมีรายละเอียดดังนี้

1. องค์ประกอบของดัชนี (Index Composition)

ดัชนี Nasdaq Sprott Critical Materials Index (NSETM) (“ดัชนีอ้างอิง”) ประกอบด้วยตราสารทุนของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก และมีการดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับ Critical Materials ในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญ โดย Critical Materials หมายถึง แร่ โลหะ และวัตถุดิบที่มีความจำเป็นต่อการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเศรษฐกิจที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนต่ำ รวมถึงสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่แหล่งพลังงานและเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ได้แก่ ยูเรเนียม ทองแดง ลิเทียม นิกเกิล โคบอลต์ กราไฟต์ แมงกานีส แร่หายาก (Rare Earths) และเงิน ทั้งนี้ บริษัทที่อยู่ในขอบเขตดังกล่าวจะได้รับการคัดเลือกต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกเฉพาะของผู้จัดทำดัชนี โดยจะพิจารณาจากข้อมูลทางอุตสาหกรรม งานวิจัย การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน รวมถึงข้อมูลจากฝ่ายบริหารของบริษัท ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และข้อจำกัดที่ผู้จัดทำดัชนีกำหนด ดังรายละเอียดดังนี้

หลักทรัพย์ที่จะได้รับคัดเลือกเข้าเป็นองค์ประกอบของดัชนีต้องมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดแบบ Free Float Market Capitalization ไม่น้อยกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ วันที่เข้าร่วมเป็นองค์ประกอบของดัชนี และต้องรักษามูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดแบบ Free Float ไม่น้อยกว่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อคงสถานะเป็นองค์ประกอบของดัชนีต่อไป

ทั้งนี้ หลักทรัพย์ที่เข้ามาเป็นองค์ประกอบใหม่ จะต้องมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (Average Daily Traded Value: ADTV) ไม่น้อยกว่า 0.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่หลักทรัพย์เดิมที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีต้องมีมูลค่าการซื้อขาย เฉลี่ยต่อวันไม่น้อยกว่า 0.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยพิจารณาจากข้อมูลย้อนหลัง 3 เดือน

ดัชนีอ้างอิงจะให้น้ำหนักการลงทุน โดยพิจารณาจากขนาดของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ (พิจารณาจากมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด) และปรับเพิ่มหรือลดลงตามระดับความเกี่ยวข้องกับธุรกิจอุตสาหกรรมแร่และวัตถุดิบสำคัญ (Critical Materials) โดยบริษัทที่มีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจดังกล่าวในระดับสูงจะได้รับน้ำหนักในดัชนีเพิ่มขึ้น ส่วนบริษัทที่ยังไม่มีรายได้หรืออยู่ในช่วงเริ่มต้นพัฒนาโครงการ เช่น บริษัทเหมืองแร่ขนาดเล็กที่อยู่ระหว่างการสำรวจและพัฒนาแหล่งแร่ (Junior Mining Companies) รวมถึงผลิตภัณฑ์ลงทุนที่ลงทุนในอุตสาหกรรมแร่และวัตถุดิบสำคัญโดยตรง จะได้รับการกำหนดคะแนนตามหลักเกณฑ์ของดัชนีอ้างอิง ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ดัชนีสะท้อนผลการดำเนินงานของบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมแร่และวัตถุดิบสำคัญอย่างมีนัยสำคัญ และได้รับประโยชน์จากแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในระยะยาว

น้ำหนักการลงทุนสูงสุดในหลักทรัพย์รายตัว ไม่เกิน 4.75% ของดัชนี

น้ำหนักการลงทุนรวมสูงสุดในหลักทรัพย์ในแต่ละประเภท ไม่เกิน 25% ของดัชนี

หากหลักทรัพย์หรือกลุ่มหลักทรัพย์ใดมีน้ำหนักเกินเพดานที่กำหนด สัดส่วนที่เกินดังกล่าวจะถูกจัดสรรกลับไปยังหลักทรัพย์อื่นที่อยู่ในองค์ประกอบของดัชนีตามสัดส่วน (Pro-rata) โดยพิจารณาเฉพาะหลักทรัพย์ที่ยังมีน้ำหนักไม่ถึงเพดานที่กำหนด

กรณีบริษัทมีหลักทรัพย์มากกว่าหนึ่งประเภท (Multiple Share Classes) ดัชนีจะทำการคัดเลือกหลักทรัพย์เข้าคำนวณตามลำดับความสำคัญ โดยหากหลักทรัพย์ประเภทใดของบริษัทได้รับการคัดเลือกและอยู่ในองค์ประกอบของดัชนีอยู่แล้ว ดัชนีจะคงใช้หลักทรัพย์ประเภทดังกล่าวต่อไป อย่างไรก็ตาม หากเป็นการพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์ใหม่ ดัชนีจะเลือกหลักทรัพย์ประเภทที่มีสภาพคล่องสูงสุดเป็นตัวแทนของบริษัทในการเข้าคำนวณองค์ประกอบของดัชนี เพื่อให้การลงทุนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสะท้อนภาวะตลาดได้อย่างเหมาะสม

2. วิธีการคำนวณดัชนี (Index Methodology)

ดัชนีใช้วิธีการคำนวณแบบ Modified Theme-Adjusted Free Float Market Capitalization Weighted Index โดยการคำนวณน้ำหนักการลงทุนจากมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดที่ปรับด้วยสัดส่วนหุ้นหมุนเวียน (Free Float) และระดับความเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมแร่และวัตถุดิบสำคัญ (Critical Materials) เพื่อกระจายความเสี่ยงในการลงทุน ดัชนีจะกำหนดให้น้ำหนักการลงทุนสูงสุดในหลักทรัพย์รายตัว ไม่เกิน 4.75% ของดัชนี และกำหนดน้ำหนักการลงทุนรวมสูงสุดในหลักทรัพย์ในแต่ละประเภท ไม่เกิน 25% ของดัชนี

3. รอบการทบทวนองค์ประกอบของดัชนี (Rebalance / Reconstitution)

ดัชนีจะมีการทบทวนองค์ประกอบ (Reconstitution) ปีละ 2 ครั้ง โดยจะกำหนดวันซื้อขายสุดท้ายของเดือนพฤษภาคมและเดือนพฤศจิกายน เป็นวันที่อ้างอิงสำหรับการประเมินคุณสมบัติของหลักทรัพย์ก่อนการปรับองค์ประกอบดัชนี

สำหรับการปรับน้ำหนักขององค์ประกอบของดัชนี (Rebalance) จะดำเนินการเป็นรายไตรมาส โดยกำหนดวันซื้อขายสุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ พฤษภาคม สิงหาคม และพฤศจิกายน เป็นวันที่อ้างอิงสำหรับการพิจารณาและคำนวณน้ำหนักของหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี

4. ช่องทางการเข้าถึงข้อมูลของดัชนี

ข้อมูลของดัชนี Nasdaq Sprott Critical Materials Index (NSETM) (“ดัชนีอ้างอิง”) สามารถเข้าถึงได้ผ่านเว็บไซต์ทางการของ Nasdaq

ข้อมูลดัชนีอ้างอิง : https://indexes.nasdaqomx.com/docs/Methodology_NSETM.pdf

ผู้จัดทำดัชนีคือ Nasdaq, Inc. (“Index Provider”) ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับกองทุน, Adviser หรือ Sub-Adviser โดย Nasdaq และ Sprott Asset Management LP ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มเดียวกับ Adviser ได้ร่วมกันพัฒนาหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์เข้าเป็นองค์ประกอบของดัชนี ทั้งนี้ Nasdaq รับผิดชอบการดูแลดัชนีอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ Sprott Asset Management LP มีหน้าที่สนับสนุนข้อมูลและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติ การคัดเลือก และการกำหนดองค์ประกอบของดัชนีในแต่ละช่วงเวลา

Ticker :SETMISINUS85208P4028แหล่งข้อมูลกองทุน

https://sprottetfs.com/setm-sprott-critical-materials-etf/

หมายเหตุ :

สรุปสาระสำคัญของกองทุนหลักข้างต้นได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องจากเนื้อหาต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก

ความเสี่ยงจากสถิติย้อนหลัง

ขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง
ไม่มีข้อมูล
ระยะเวลาฟื้นตัว
ไม่มีข้อมูล
สัดส่วนป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
ไม่มีข้อมูล

SEC Open Data · Factsheet มีผล 6 ต.ค. 2569 · ดึงข้อมูล 12 ต.ค. 2569

ขาดทุนสูงสุดเป็นช่วง 5 ปีย้อนหลัง หรือตั้งแต่จัดตั้งสำหรับกองอายุไม่ถึง 5 ปี ตาม Factsheet ของ บลจ. สัดส่วนป้องกันค่าเงินเป็นข้อมูลของงวดที่รายงาน ไม่มีข้อมูลไม่ถือว่าไม่มีการป้องกันค่าเงิน

ข้อมูลโครงการอัปเดตต้นทาง 2026-10-17 07:33:45.070000 · ความเสี่ยงงวด 6 ต.ค. 2569 · นโยบายปันผลงวด 6 ต.ค. 2569

เงื่อนไขซื้อขาย

เงินลงทุนขั้นต่ำ

ซื้อขั้นต่ำครั้งแรก
1,000 บาท
ซื้อขั้นต่ำครั้งถัดไป
100 บาท
ขายคืนขั้นต่ำ
0 บาท
ยอดคงเหลือขั้นต่ำ
100 บาท

SEC Open Data · Factsheet มีผล 6 ต.ค. 2569 · ดึงข้อมูล 12 ต.ค. 2569

วันรับคำสั่งและรับเงินขายคืน

วันรับคำสั่งซื้อ
ทุกวันทำการ
วันรับคำสั่งขายคืน
ทุกวันทำการ
ระยะเวลารับเงินขายคืน
T+5 คือ5 วันทำการนับจากวันคำนวณ NAV
คำสั่งซื้อ: 6 ต.ค. 2569 · คำสั่งขายคืน: 6 ต.ค. 2569 · วันที่ Factsheet มีผล

เงื่อนไขของชนิดหน่วยตาม Factsheet ไม่ใช่การยืนยันว่าซื้อขายได้วันนี้ ค่าขั้นต่ำ 0 เป็นค่าที่ต้นทางรายงาน ตรวจเวลาตัดรอบ วันหยุด และเงื่อนไขของช่องทางซื้อขายกับ บลจ.

ผลตอบแทนจาก NAV

Price return ที่ SabuyFunds คำนวณ · ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียมผู้ลงทุน และภาษี

ช่วงสะสม (%)ต่อปี (%)วันเริ่มจริงวันสิ้นสุดจริง
1Mไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
3Mไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
6Mไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
YTDไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
1Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
3Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
5Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
10Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล

ไม่มีข้อมูล = ประวัติไม่พอ · ต่อปีแสดงเฉพาะช่วงจริงอย่างน้อย 365 วัน

สถานะผลตอบแทนจากต้นทาง

ยังไม่แสดงตัวเลขต้นทางเป็นผลตอบแทนที่ยืนยันแล้ว ต้องตรวจวิธีใน Factsheet ให้ตรง metric และหน่วยก่อน

ไม่มีข้อมูล

Total return: ยังไม่รองรับใน Phase 1 · อ่านสูตรทั้งหมด

ค่าธรรมเนียม

รายการอัตราเก็บจริงอัตราตามโครงการงวดที่มีผล
ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee)1.60502.50006 ต.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee)1.60002.50006 ต.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee)0.00002.50006 ต.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (SWITCHING OUT)0.00002.50006 ต.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN)1.60502.50006 ต.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense)2.09805.00006 ต.ค. 2569

ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee): 1) ค่าธรรมเนียมดังกล่าวข้างต้น อาจเรียกเก็บจากผู้ลงทุนแต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ 2) กรณีสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน บริษัทจัดการอาจยกเว้นไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน สำหรับการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนระหว่างกองทุนรวมภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ แต่จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนตามอัตราที่บริษัทจัดการกำหนด 3) ค่าธรรมเนียมดังกล่าวข้างต้นรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะหรือภาษีอื่นใดแล้ว

ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee): 1) ค่าธรรมเนียมดังกล่าวข้างต้นเป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใด ในทำนองเดียวกันนี้ 2) ค่าธรรมเนียมค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม เมื่อรวมกันทั้งหมดแล้ว ต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 5.00 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม ทั้งนี้ หากกองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน (กองทุนปลายทาง) บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการ ค่าธรรมเนียมการขาย และ/หรือค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนซ้ำซ้อนกับกองทุนปลายทาง เช่น หากกองทุนต้นทางมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 1,000 ล้านบาท และจัดสรรการลงทุนไปยังกองทุนปลายทางจำนวน 100 ล้านบาท บริษัทจัดการจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการ ค่าธรรมเนียมการขาย และ/หรือค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนจากเงินลงทุน 1,000 ล้านบาท ในอัตราที่กองทุนต้นทางกำหนดเท่านั้น โดยกองทุนปลายทางจะไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวเพิ่มเติมอีก เป็นต้น * สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.lhfund.co.th

ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee): 1) ค่าธรรมเนียมดังกล่าวข้างต้น อาจเรียกเก็บจากผู้ลงทุนแต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ 2) กรณีสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน บริษัทจัดการอาจยกเว้นไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน สำหรับการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนระหว่างกองทุนรวมภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ แต่จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนตามอัตราที่บริษัทจัดการกำหนด 3) ค่าธรรมเนียมดังกล่าวข้างต้นรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะหรือภาษีอื่นใดแล้ว

ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (SWITCHING OUT): 1) ค่าธรรมเนียมดังกล่าวข้างต้น อาจเรียกเก็บจากผู้ลงทุนแต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ 2) กรณีสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน บริษัทจัดการอาจยกเว้นไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน สำหรับการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนระหว่างกองทุนรวมภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ แต่จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนตามอัตราที่บริษัทจัดการกำหนด 3) ค่าธรรมเนียมดังกล่าวข้างต้นรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะหรือภาษีอื่นใดแล้ว

ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN): 1) ค่าธรรมเนียมดังกล่าวข้างต้น อาจเรียกเก็บจากผู้ลงทุนแต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ 2) กรณีสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน บริษัทจัดการอาจยกเว้นไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน สำหรับการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนระหว่างกองทุนรวมภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ แต่จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนตามอัตราที่บริษัทจัดการกำหนด 3) ค่าธรรมเนียมดังกล่าวข้างต้นรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะหรือภาษีอื่นใดแล้ว

ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense): 1) ค่าธรรมเนียมดังกล่าวข้างต้นเป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใด ในทำนองเดียวกันนี้ 2) ค่าธรรมเนียมค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม เมื่อรวมกันทั้งหมดแล้ว ต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 5.00 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม ทั้งนี้ หากกองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน (กองทุนปลายทาง) บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการ ค่าธรรมเนียมการขาย และ/หรือค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนซ้ำซ้อนกับกองทุนปลายทาง เช่น หากกองทุนต้นทางมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 1,000 ล้านบาท และจัดสรรการลงทุนไปยังกองทุนปลายทางจำนวน 100 ล้านบาท บริษัทจัดการจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการ ค่าธรรมเนียมการขาย และ/หรือค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนจากเงินลงทุน 1,000 ล้านบาท ในอัตราที่กองทุนต้นทางกำหนดเท่านั้น โดยกองทุนปลายทางจะไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวเพิ่มเติมอีก เป็นต้น * สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.lhfund.co.th

อัตราและหน่วยตามรายการต้นทาง ตรวจฐานการคิด VAT และอัตราสูงสุดใน Factsheet ก่อนใช้

เงินปันผลย้อนหลัง

ยังไม่มีประวัติปันผลสำหรับแสดงกราฟ

ยังไม่มีประวัติปันผลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อมอยู่

แสดงวัน XD และวันปิดสมุดทะเบียนตามที่ต้นทางระบุ วันที่ตามประวัติใช้เมื่อแหล่งข้อมูลไม่ระบุประเภทวัน จึงไม่ถือเป็นวัน XD หรือวันจ่าย ไม่มีข้อมูลไม่ได้แปลว่าไม่เคยจ่ายปันผล วันที่จ่ายในอนาคตเป็นกำหนดตามประกาศ รายการเดียวกันเลือกข้อมูล บลจ. แล้ว SEC แล้ว Settrade ตามลำดับ

สัดส่วนสินทรัพย์และหลักทรัพย์

ประเภทสินทรัพย์

Factsheet

SEC asset-allocation · งวด 6 ต.ค. 2569

หน่วยลงทุน Sprott Critical Materials ETF 95.00%, อื่น ๆ 5.00%หน่วยลงทุน Sprott Critical Materials ETF: 95.00%อื่น ๆ: 5.00%
หน่วยลงทุน Sprott Critical Materials ETF · 95.00%อื่น ๆ · 5.00%
Factsheet asset-allocation · % ของ NAV

พอร์ตรายเดือน

SEC portfolio-asset-type

ไม่มีข้อมูลสัดส่วนประเภทสินทรัพย์ในพอร์ตรายเดือน

หลักทรัพย์ 5 อันดับ

รายการจาก SEC top5-holdings

ไม่มีข้อมูล

ข้อมูลระดับกองทุนร่วมกันทุกชนิดหน่วยลงทุน · แหล่ง sec · Factsheet จาก asset-allocation · พอร์ตรายเดือนจาก portfolio-asset-type · หลักทรัพย์จาก top5-holdings